✓ ไม่มีข้อมูลที่ขาดหาย
visit_date · ตัววัด: price_per_person · sum
price_per_person · ตัววัด: price_per_person · outlier
visit_date · ตัววัด: rating · sum
visit_date · count
| แนวโน้ม | ไม่มี | ฤดูกาล | ไม่มี |
|---|---|---|---|
| ช่องว่างเวลา | 118 | ค่าผิดปกติเฉพาะช่วง | 50 |
| สหสัมพันธ์ในตัว (lag-1) | -0.0112 | ค่าเฉลี่ย | 3.617 |
| แนวโน้ม | ไม่มี | ฤดูกาล | ไม่มี |
|---|---|---|---|
| ช่องว่างเวลา | 118 | ค่าผิดปกติเฉพาะช่วง | 50 |
| สหสัมพันธ์ในตัว (lag-1) | -0.0183 | ค่าเฉลี่ย | 79.632 |
| คอลัมน์ | การดำเนินการ | แถวที่ได้รับผลกระทบ | ก่อน → หลัง |
|---|---|---|---|
| province | handle_missing_values แทน 160 ค่าว่างด้วย 'ไม่ระบุ' | 160 | |
| price_per_person | handle_missing_values แทน 260 ค่าว่างด้วย 0 (numeric) | 260 | |
| review | normalize_encoding แก้ข้อความที่เข้ารหัสผิด (mojibake) สิ่งที่แก้ไข: ftfy: apply uncurl_quotes; apply fix_character_width | 6 | เข้าวังไปจิบกาแฟกันนะครับ บอกได้เลยว่า มาร้านนี้ อิ่มท้อง แล้วก็อิ่มใจ ที่ได้รับรู้เรื่องราวประวัติศาตร์ของวังพญาไท รู้สึกภูมิใจในประเทศของเราจัง ร้านกาแฟแห่งนี้มีประวัติยาวนาน เป็นร้านกาแฟที่สืบทอดมาจากร้านกาแฟ นรสิงห์เดิมที่ตั้งอยู่มุมสนามเสือป่า ซึ่งนับเป็น ‘คาเฟ่’ แห่งแรกของสยามประเทศที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 ปัจจุบันร้านกาแฟนรสิงห์อยู่ในเขตพระราชวังพญาไท ภายใน รพ.พระมงกุฏ ให้บรรยากาศคลาสสิกเหมือนไปจิบกาแฟในพระราชวังเก่า ที่อนุญาติให้เปิดเป็นร้านกาแฟได้ เพราะอาคารนี้เป็นเพียงอาคารเทียบรถพระที่นั่ง หรือเรียกกันว่า พระที่นั่งพิมานจักรี ซึ่งก็ให้สามัญชนเข้าใช้รอ ก่อนที่จะเข้าเฝ้าครับ โดยอาคารมีกลิ่นไอแบบตะวันตก รายละเอียดผนัง โคมไฟ หน้าต่างกระจก ดูสวยงามตามยุคสมัยนั้น หลังจากอิ่มท้องกับกาแฟ เค้ก และอาหารแล้วเรายังสามารถเดินเยี่ยมชมพระราชวังพญาไท และบริเวณโดยรอบได้อีกด้วย http://gadget4thai.com/?p=1360 Cafe de Norasingha ร้านกาแฟ นรสิงห์ ณ วังพญาไท ร้านกาแฟนรสิงห์อยู่ในเขตพระราชวังพญาไท ภายใน รพ.พระมงกุฏ เปิดบริการทุกวัน 9 โมงเช้าถึง 1 ทุ่ม พิกัด GPS 13° 46′ 2″ N, 100° 32′ 3″ E→เข้าวังไปจิบกาแฟกันนะครับ บอกได้เลยว่า มาร้านนี้ อิ่มท้อง แล้วก็อิ่มใจ ที่ได้รับรู้เรื่องราวประวัติศาตร์ของวังพญาไท รู้สึกภูมิใจในประเทศของเราจัง ร้านกาแฟแห่งนี้มีประวัติยาวนาน เป็นร้านกาแฟที่สืบทอดมาจากร้านกาแฟ นรสิงห์เดิมที่ตั้งอยู่มุมสนามเสือป่า ซึ่งนับเป็น 'คาเฟ่' แห่งแรกของสยามประเทศที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 ปัจจุบันร้านกาแฟนรสิงห์อยู่ในเขตพระราชวังพญาไท ภายใน รพ.พระมงกุฏ ให้บรรยากาศคลาสสิกเหมือนไปจิบกาแฟในพระราชวังเก่า ที่อนุญาติให้เปิดเป็นร้านกาแฟได้ เพราะอาคารนี้เป็นเพียงอาคารเทียบรถพระที่นั่ง หรือเรียกกันว่า พระที่นั่งพิมานจักรี ซึ่งก็ให้สามัญชนเข้าใช้รอ ก่อนที่จะเข้าเฝ้าครับ โดยอาคารมีกลิ่นไอแบบตะวันตก รายละเอียดผนัง โคมไฟ หน้าต่างกระจก ดูสวยงามตามยุคสมัยนั้น หลังจากอิ่มท้องกับกาแฟ เค้ก และอาหารแล้วเรายังสามารถเดินเยี่ยมชมพระราชวังพญาไท และบริเวณโดยรอบได้อีกด้วย http://gadget4thai.com/?p=1360 Cafe de Norasingha ร้านกาแฟ นรสิงห์ ณ วังพญาไท ร้านกาแฟนรสิงห์อยู่ในเขตพระราชวังพญาไท ภายใน รพ.พระมงกุฏ เปิดบริการทุกวัน 9 โมงเช้าถึง 1 ทุ่ม พิกัด GPS 13° 46′ 2″ N, 100° 32′ 3″ E ตื่นเต้นกับรสชาติและหน้าตาอาหาร เมื่อเราไปเสยไวน์ดินเนอร์กับอาหารอิตาเลียน 5 คอร์ส โดยเชฟมิชลิน สตาร์ มื้อนี้แอบหรูนิดๆ เพราะเป็นห้องอาหาร Rossini ในโรงแรม เชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท เป็นร้านอาหารอิตาเลียนที่มีเชฟจากเมืองนอกชื่อเชฟ Alfredo Russo เชฟมิชลิน สตาร์ ที่มาคิดค้นเมนูอาหารให้อยู่เป็นประจำ พอได้ยินชื่อว่าอิตาเลียน คงจะคิดถึงพาสต้า พิซซ่ากันสินะ และบางคนอาจจะคิดว่ามันต้องเลี่ยนสมชื่อแน่ๆ เลย แต่…. คราวนี้คราวนี้เป็นอาหารอิตาเลียนที่ไม่มีทั้งพาสต้า และพิซซ่า เพราะเป็นคอร์สเมนูที่มาแบบนิดๆ พออิ่ม มีทั้งหมด 5 คอร์ส พร้อมไวน์ที่เลือกสรรมาให้เข้ากับอาหารแต่ละจาน ซึ่งจะบอกว่าจิบไวน์กันจนมึนเลยทีเดียว เวลาไปกินอาหารแบบ Sit Down Dinner ตามร้านหรูๆ หรือตามโรงแรม แล้วเห็นช้อนส้อมมีดมันเยอะแยะมากมายไม่ต้องตกใจนะ ให้จำไว้แค่ว่า ใช้จากอันที่วางไว้ด้านนอกสุดเข้าหาอันที่วางไว้ด้านในสุด ใล่มาเรื่อยๆ อันไหนใช้เสร็จแล้ววางรวบไว้ในจาน พนักงานจะยกออกไปเอง ส่วนอันไหนที่เราไม่ใช้ เค้าก็จะเก็บไปด้วย แล้วบางร้านช้อนของหวาน เค้าจะเอามาวางให้ทีหลัง แต่บางร้านก็วางไว้ด้านบนของจาน ส่วนไวน์เค้าก็จะรินให้ทีละเเก้ว ตามอาหารที่ยกมาเสิร์ฟ แค่นี้ก็ไม่งงแล้ว เริ่มที่จากแรกเลยดีกว่า จานแรกมาแบบเบาๆ ก่อน เป็น "Pink wild salmon marinated with fresh celery leaves, celery root cream and laurel aroma" ชื่อยาวมาก มันคือ แซลมอนนุ่มๆ นุ่มมาก ไม่ใช่แบบเนื้อเป็นเสี้ยนๆ เหมือนปลาที่สุกแล้วทั่วไป แต่เนื้อมันเหมือนเป็นวุ้นๆ ข้างในด้วย ไม่รู้เค้าทำยังไง แต่ทำให้คนที่ไม่ชอบกินแซลมอนที่เอาไปปรุงสุกอย่างเราชอบได้ ก็แปลว่ามันอร่อยอยู่นะ ส่วนข้างล่างแซลมอนเป็นครีมเซเลอรี่ (คึ่นฉ่ายฝรั่ง) รสชาติหวานนิดๆ หอมกลิ่นเซเลอรี่ แล้วข้างบนยังโรยเซเลอรี่มาอีก แล้วก็เสียบใบลอเรลไว้ในเนื้อปลา เพือให้กลิ่นหอมๆ--จานนี้กินคู่กับไวน์ขาวรสแรง ปี 2010, "Roccolo Grassi, La Broia Soave, Veneto, Italy" ปกติชอบไวน์ขาวนะ แต่อันนี้กลิ่นแรง รสจัดมาก สงสัยเอามาตีคู่กับกลิ่นและรสเซเลอรี่มั้ง ไม่งั้นคงโดนผักกลิ่นแรงกลบรสไปหมด จานที่สองเป็นอาหารที่ไม่เคยกินมาก่อน เพราะผักชนิดนี้ เมืองไทยไม่ค่อยมีขาย มีก็แพงอ่ะ เอามาทำกินเองก็ลำบาก เพราะมันคือ "อาร์ติโช้ค" ในเมนู "Warm artichoke salad with almonds and cheese" มันเป็นอาร์ติโช้คชิ้นบางๆ วางซ้อนกันมา เป็นชั้นๆ ด้านบนมีพาร์มิซานชีส และอัลมอนต์ฝานบางๆ โรยหน้า จานนี้รสชาติออกจืดๆ นะ เหมือนเชฟต้องการจะแสดงรสชาติแท้ๆ ของผักมากกว่าการปรุงรสเยอะแยะ แต่ว่าได้ชีสมาช่วยดึงรสให้เข้มขึ้น และได้อัลมอนต์ฝานบางๆ มาช่วยเพิ่ม Texture ในการเคี้ยวให้มีทั้งนุ่มนิ่มจากอาร์ติโช้ค และกรอบๆ จากอัลมอนต์ จานนี้คนชอบผักชนิดนี้คงว่าอร่อย ส่วนเรากลางๆ หนักไปทางชอบ เพราะเป็นของที่ไม่เคยกิน เลยตื่นเต้นดี--จานนี้เสิร์ฟคู่หับไวน์แดงปี 2007, "Chianti Riserva, Casanova Della Spinetta, Tuscany, Italy" ปกติไม่ชอบกินไวน์แดง แต่ไวน์แดงที่นี่กลิ่นหอมแปลก และรสไม่ปร่า เลยจิบได้เรื่อยๆ แก้วนี้รสยังไม่เข้มมาก เดี๋ยวแก้วต่อๆ ไปจะมีกลิ่นและรสที่ทำให้คนทั้งโต๊ะฉงนสงสัยกันด้วย จานที่สามของโปรดเลย มันคือริซอตโต “Baccalà mantecato” risotto with black olives" เป็นจานที่เราชอบมากเป็นอันดับสองในคืนนี้เลย อาจเพราะเป็นคนชอบอะไรเค็มๆ มันๆ รสชาติชีสๆ อยู่แล้วด้วยมั้ง ริซอตโต จานนี้มันเข้มข้นมากๆ เค็มๆ มันๆ แล้วพอคนให้มะกอกดำที่โรยๆ อยู่ด้านบนผสมรวมกับข้าว ก็ยิ่งเค็มขึ้น และอร่อยขึ้นจานนี้หมดไปอย่างรวดเร็ว และเริ่มอิ่มแล้วสิ--จานนี้กินคู่กับไวน์แดงที่เก่าลงไปเรื่อยๆ เพราะเป็นของปี 2004, "Sezzana (sangiovese), Casanova Della Spinetta, Italy" ไวน์ขวดนี้เก่าตั้ง 9 ปีแน่ะ ไม่เคยดื่มไวน์ที่เก่าเกิน 3 - 4 ปีมาก่อนเลยนะ เพราะมันแพง!! และรสมันก็แรงจริงๆ ของคาวจานสุดท้าย จานนี้ชอบที่สุดในทั้ง 5 คอร์สเลย เพราะมันคือ "แกะ" ของโปรดเรานั่นเอง "Roasted lamb shoulder with pink pepper and topinambur artichoke cream" เป็นเนื้อส่วนไหล่ของแกะเอาไปอบจนเปืื่อยนุ่มมากๆ แค่เอาส้อมสะกิดนิดเดียว เนื้อก็หลุดออกมาแล้ว แทบไม่ต้องหั่น ซึ่งตรงนี้สำคัญมากเลยนะ เพราะเนื้อแกะมันเหนียว ถ้าหมักไม่ดี ปรุงไม่ดี เนื้อก็จะเหนียวมากเลย แต่ของ "Rossini" เค้าหมักกับเครื่องเทศได้หอมดี เรารู้สึกว่ากลิ่นมันออกแขกๆ ด้วยแหละ เสิร์ฟมากับ "Topinambur artichoke cream" มันเป็นอาร์ติโช้คชนิดหนึ่ง แล้วก็มีลูกกลมๆ กินแล้วกรุบๆ คล้ายๆ มันฝรั่งต้ม แต่ยังไม่สุก จนคนทั้งโต๊ะถกเถียงกันว่ามันคืออะไรกันแน่ จนบัดนี้ก็ยังไม่แน่ใจ ว่ามันคออะไรฤา--จานนี้กินคู่กับของเด็ดสุด คือไวน์ปี 2004, "Sassontino (sangiovese), Casanova Della Spinetta, Italy" ที่ตอนแรกดมกลิ่นและจิบไปสองสามจิบ เราคิดในใจว่า กลิ่นเหมือนทะเลเลยนะ แปลกดี ไม่เคยจิบไวน์ที่ให้กลิ่นและรสแบบนี้มาก่อน พอถามคนทั้งโต๊ะ เค้าก็บอกว่ากลิ่นมันออกคาวๆ บางคนว่าเหมือนเลือด บางก็บอกว่า พอเราพูดว่าเหมือนทะเล เค้่าก็นึกออกเลยว่าเค้าก็คิดว่ามันเหมือนทะเลจริงๆ เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ของคนไม่ค่อยดื่มไวน์แบบเรา จบที่ของหวาน “The black forest cake” in a different way" และไวน์หวานปีเก่าสุด เพราะเป็นของปี 2003, "Maculan , Acininobili Bianco , Veneto, Italy" ไวน์รสหวานๆ ไม่ขม ไม่ปร่าเลย หอมดีด้วย กลิ่นเหมือนน้ำหอมเลย (แต่ถ้าดื่มเข้าไปมาก คงจะเมาหนักกว่าไวน์ชนิดอื่น เพราะความหวานมันหลอกเรา คุณหลอกดาวววว!!!) เข้ากันกับเค้กแบล็คฟอร์เรสต์ที่เสิร์ฟคู่มากับฟองครีม ช็อกโกแลตมูสและซอสสตรอเบอร์รี่ ซึ่งในจานนี้เราชอบช็อกโกแลตมูสที่สุดเลย ขมๆ หวานๆ อร่อยดี กินเสร็จแล้วก็จิบชาร้อนแกล้มกับช็อกโกแลตสอดไส้ต่างๆ เป็นการล้างปาก ล้างรสไวน์ ล้างความมึนเมาก่อนขับรถกลับบ้าน เป็นมื้อที่บางจานอาจจะจืดไปนิดสำหรับคนไทย แต่บางจานก็เข้มข้นแบบฝรั่ง ซึ่งก็ออกเค็มๆ มันๆ อาจจะถูกปากคนไทยที่ชอบมาทางนี้นะ อย่างเรานี่ชอบมาก เลยปลื้มหลายจานอยู่ ราคาทั้งคอร์สอยู่ที่ 4,950 บาท++ แนะนำสำหรับคนที่ชอบอาหารฝรั่งจัดๆ และอยากได้บรรยากาศหรูๆ สักมื้อ → ตื่นเต้นกับรสชาติและหน้าตาอาหาร เมื่อเราไปเสยไวน์ดินเนอร์กับอาหารอิตาเลียน 5 คอร์ส โดยเชฟมิชลิน สตาร์ มื้อนี้แอบหรูนิดๆ เพราะเป็นห้องอาหาร Rossini ในโรงแรม เชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท เป็นร้านอาหารอิตาเลียนที่มีเชฟจากเมืองนอกชื่อเชฟ Alfredo Russo เชฟมิชลิน สตาร์ ที่มาคิดค้นเมนูอาหารให้อยู่เป็นประจำ พอได้ยินชื่อว่าอิตาเลียน คงจะคิดถึงพาสต้า พิซซ่ากันสินะ และบางคนอาจจะคิดว่ามันต้องเลี่ยนสมชื่อแน่ๆ เลย แต่…. คราวนี้คราวนี้เป็นอาหารอิตาเลียนที่ไม่มีทั้งพาสต้า และพิซซ่า เพราะเป็นคอร์สเมนูที่มาแบบนิดๆ พออิ่ม มีทั้งหมด 5 คอร์ส พร้อมไวน์ที่เลือกสรรมาให้เข้ากับอาหารแต่ละจาน ซึ่งจะบอกว่าจิบไวน์กันจนมึนเลยทีเดียว เวลาไปกินอาหารแบบ Sit Down Dinner ตามร้านหรูๆ หรือตามโรงแรม แล้วเห็นช้อนส้อมมีดมันเยอะแยะมากมายไม่ต้องตกใจนะ ให้จำไว้แค่ว่า ใช้จากอันที่วางไว้ด้านนอกสุดเข้าหาอันที่วางไว้ด้านในสุด ใล่มาเรื่อยๆ อันไหนใช้เสร็จแล้ววางรวบไว้ในจาน พนักงานจะยกออกไปเอง ส่วนอันไหนที่เราไม่ใช้ เค้าก็จะเก็บไปด้วย แล้วบางร้านช้อนของหวาน เค้าจะเอามาวางให้ทีหลัง แต่บางร้านก็วางไว้ด้านบนของจาน ส่วนไวน์เค้าก็จะรินให้ทีละเเก้ว ตามอาหารที่ยกมาเสิร์ฟ แค่นี้ก็ไม่งงแล้ว เริ่มที่จากแรกเลยดีกว่า จานแรกมาแบบเบาๆ ก่อน เป็น "Pink wild salmon marinated with fresh celery leaves, celery root cream and laurel aroma" ชื่อยาวมาก มันคือ แซลมอนนุ่มๆ นุ่มมาก ไม่ใช่แบบเนื้อเป็นเสี้ยนๆ เหมือนปลาที่สุกแล้วทั่วไป แต่เนื้อมันเหมือนเป็นวุ้นๆ ข้างในด้วย ไม่รู้เค้าทำยังไง แต่ทำให้คนที่ไม่ชอบกินแซลมอนที่เอาไปปรุงสุกอย่างเราชอบได้ ก็แปลว่ามันอร่อยอยู่นะ ส่วนข้างล่างแซลมอนเป็นครีมเซเลอรี่ (คึ่นฉ่ายฝรั่ง) รสชาติหวานนิดๆ หอมกลิ่นเซเลอรี่ แล้วข้างบนยังโรยเซเลอรี่มาอีก แล้วก็เสียบใบลอเรลไว้ในเนื้อปลา เพือให้กลิ่นหอมๆ--จานนี้กินคู่กับไวน์ขาวรสแรง ปี 2010, "Roccolo Grassi, La Broia Soave, Veneto, Italy" ปกติชอบไวน์ขาวนะ แต่อันนี้กลิ่นแรง รสจัดมาก สงสัยเอามาตีคู่กับกลิ่นและรสเซเลอรี่มั้ง ไม่งั้นคงโดนผักกลิ่นแรงกลบรสไปหมด จานที่สองเป็นอาหารที่ไม่เคยกินมาก่อน เพราะผักชนิดนี้ เมืองไทยไม่ค่อยมีขาย มีก็แพงอ่ะ เอามาทำกินเองก็ลำบาก เพราะมันคือ "อาร์ติโช้ค" ในเมนู "Warm artichoke salad with almonds and cheese" มันเป็นอาร์ติโช้คชิ้นบางๆ วางซ้อนกันมา เป็นชั้นๆ ด้านบนมีพาร์มิซานชีส และอัลมอนต์ฝานบางๆ โรยหน้า จานนี้รสชาติออกจืดๆ นะ เหมือนเชฟต้องการจะแสดงรสชาติแท้ๆ ของผักมากกว่าการปรุงรสเยอะแยะ แต่ว่าได้ชีสมาช่วยดึงรสให้เข้มขึ้น และได้อัลมอนต์ฝานบางๆ มาช่วยเพิ่ม Texture ในการเคี้ยวให้มีทั้งนุ่มนิ่มจากอาร์ติโช้ค และกรอบๆ จากอัลมอนต์ จานนี้คนชอบผักชนิดนี้คงว่าอร่อย ส่วนเรากลางๆ หนักไปทางชอบ เพราะเป็นของที่ไม่เคยกิน เลยตื่นเต้นดี--จานนี้เสิร์ฟคู่หับไวน์แดงปี 2007, "Chianti Riserva, Casanova Della Spinetta, Tuscany, Italy" ปกติไม่ชอบกินไวน์แดง แต่ไวน์แดงที่นี่กลิ่นหอมแปลก และรสไม่ปร่า เลยจิบได้เรื่อยๆ แก้วนี้รสยังไม่เข้มมาก เดี๋ยวแก้วต่อๆ ไปจะมีกลิ่นและรสที่ทำให้คนทั้งโต๊ะฉงนสงสัยกันด้วย จานที่สามของโปรดเลย มันคือริซอตโต "Baccalà mantecato" risotto with black olives" เป็นจานที่เราชอบมากเป็นอันดับสองในคืนนี้เลย อาจเพราะเป็นคนชอบอะไรเค็มๆ มันๆ รสชาติชีสๆ อยู่แล้วด้วยมั้ง ริซอตโต จานนี้มันเข้มข้นมากๆ เค็มๆ มันๆ แล้วพอคนให้มะกอกดำที่โรยๆ อยู่ด้านบนผสมรวมกับข้าว ก็ยิ่งเค็มขึ้น และอร่อยขึ้นจานนี้หมดไปอย่างรวดเร็ว และเริ่มอิ่มแล้วสิ--จานนี้กินคู่กับไวน์แดงที่เก่าลงไปเรื่อยๆ เพราะเป็นของปี 2004, "Sezzana (sangiovese), Casanova Della Spinetta, Italy" ไวน์ขวดนี้เก่าตั้ง 9 ปีแน่ะ ไม่เคยดื่มไวน์ที่เก่าเกิน 3 - 4 ปีมาก่อนเลยนะ เพราะมันแพง!! และรสมันก็แรงจริงๆ ของคาวจานสุดท้าย จานนี้ชอบที่สุดในทั้ง 5 คอร์สเลย เพราะมันคือ "แกะ" ของโปรดเรานั่นเอง "Roasted lamb shoulder with pink pepper and topinambur artichoke cream" เป็นเนื้อส่วนไหล่ของแกะเอาไปอบจนเปืื่อยนุ่มมากๆ แค่เอาส้อมสะกิดนิดเดียว เนื้อก็หลุดออกมาแล้ว แทบไม่ต้องหั่น ซึ่งตรงนี้สำคัญมากเลยนะ เพราะเนื้อแกะมันเหนียว ถ้าหมักไม่ดี ปรุงไม่ดี เนื้อก็จะเหนียวมากเลย แต่ของ "Rossini" เค้าหมักกับเครื่องเทศได้หอมดี เรารู้สึกว่ากลิ่นมันออกแขกๆ ด้วยแหละ เสิร์ฟมากับ "Topinambur artichoke cream" มันเป็นอาร์ติโช้คชนิดหนึ่ง แล้วก็มีลูกกลมๆ กินแล้วกรุบๆ คล้ายๆ มันฝรั่งต้ม แต่ยังไม่สุก จนคนทั้งโต๊ะถกเถียงกันว่ามันคืออะไรกันแน่ จนบัดนี้ก็ยังไม่แน่ใจ ว่ามันคออะไรฤา--จานนี้กินคู่กับของเด็ดสุด คือไวน์ปี 2004, "Sassontino (sangiovese), Casanova Della Spinetta, Italy" ที่ตอนแรกดมกลิ่นและจิบไปสองสามจิบ เราคิดในใจว่า กลิ่นเหมือนทะเลเลยนะ แปลกดี ไม่เคยจิบไวน์ที่ให้กลิ่นและรสแบบนี้มาก่อน พอถามคนทั้งโต๊ะ เค้าก็บอกว่ากลิ่นมันออกคาวๆ บางคนว่าเหมือนเลือด บางก็บอกว่า พอเราพูดว่าเหมือนทะเล เค้่าก็นึกออกเลยว่าเค้าก็คิดว่ามันเหมือนทะเลจริงๆ เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ของคนไม่ค่อยดื่มไวน์แบบเรา จบที่ของหวาน "The black forest cake" in a different way" และไวน์หวานปีเก่าสุด เพราะเป็นของปี 2003, "Maculan , Acininobili Bianco , Veneto, Italy" ไวน์รสหวานๆ ไม่ขม ไม่ปร่าเลย หอมดีด้วย กลิ่นเหมือนน้ำหอมเลย (แต่ถ้าดื่มเข้าไปมาก คงจะเมาหนักกว่าไวน์ชนิดอื่น เพราะความหวานมันหลอกเรา คุณหลอกดาวววว!!!) เข้ากันกับเค้กแบล็คฟอร์เรสต์ที่เสิร์ฟคู่มากับฟองครีม ช็อกโกแลตมูสและซอสสตรอเบอร์รี่ ซึ่งในจานนี้เราชอบช็อกโกแลตมูสที่สุดเลย ขมๆ หวานๆ อร่อยดี กินเสร็จแล้วก็จิบชาร้อนแกล้มกับช็อกโกแลตสอดไส้ต่างๆ เป็นการล้างปาก ล้างรสไวน์ ล้างความมึนเมาก่อนขับรถกลับบ้าน เป็นมื้อที่บางจานอาจจะจืดไปนิดสำหรับคนไทย แต่บางจานก็เข้มข้นแบบฝรั่ง ซึ่งก็ออกเค็มๆ มันๆ อาจจะถูกปากคนไทยที่ชอบมาทางนี้นะ อย่างเรานี่ชอบมาก เลยปลื้มหลายจานอยู่ ราคาทั้งคอร์สอยู่ที่ 4,950 บาท++ แนะนำสำหรับคนที่ชอบอาหารฝรั่งจัดๆ และอยากได้บรรยากาศหรูๆ สักมื้อ วันนี้ขอเสนอคาเฟ่เล็กๆที่มีแมวเป็นจุดขาย คนรักแมวหรือคนกลัวแมว(อย่างเรา)ก็ไปได้ ร้าน Purr Cat Café อยู่ในซอยสุขุมวิท 53 หรือซอยไปดีมาดี เดินเข้าซอยมาสัก 600 เมตรได้ ร้านอยู่ซ้ายมือติดกับร้าน Corner 43 เท่าที่เห็นมีที่จอดรถจอดได้แค่ 3 คัน แนะนำว่าถ้ามากันตั้งแต่ร้านเปิดได้ก็สมควรอย่างยิ่ง เพราะข้างในมีโต๊ะแค่ประมาณ 10 โต๊ะ ไม่กี่ชั่วโมงคนก็ล้นนั่งรอคิวกันหลายกลุ่มเลย ก่อนเข้าร้านเราต้องเปลี่ยนรองเท้า ล้างมือด้วยน้ำและแอลกอฮอลล์ตามกฎที่ทางร้านตั้งไว้ เพื่อความสะอาดและปลอดภัยของทั้งแมวและตัวลูกค้าเอง แต่กฎที่เห็นว่าค่อนข้างเข้มเห็นจะเป็น “ห้ามอุ้มแมว” ที่ถ้าหากว่าไม่ทำตามก็ต้องโดนปรับกันเลย เรามาดูขนมที่สั่งกันวันนี้ดีกว่า... Milk Pudding พุดดิ้งนมนุ่มๆเย็นๆ หวานไม่แรงมาก ราดนมหน่อยก็เพิ่มความอร่อยเข้าไปอีก Purr Cat Brownie บราวนี่ช็อคโกแลตที่ทำเป็นรูปหน้าแมว น่ารักมากแถมรสชาติก็อร่อยไม่แพ้หน้าตา กินคู่กับวิปครีมและไอศครีมที่เลือกรสได้ทั้งรสนม ช็อคโกแลต หรือชาเขียว แต่เราแอบอยากให้บราวนี่ชิ้นใหญ่กว่านี้อีกนิดนึงน่าจะดีนะ มักกะนีอบชีส เป็นหนึ่งในอาหารคาวไม่กี่อย่างของทางร้าน เสิร์ฟมาในถ้วยเล็กแต่รสชาติไม่ได้เล็กตามเลยนะ ชีสเข้มข้นมาก เรียกว่าทานตอนร้อนๆนี่อยากจะเบิ้ลเลย ส่วนเครื่องดื่มสั่งเป็นชาเย็นและอเมริกาโน่ ไม่ได้โดดเด่นอะไรมาก รสชาติกลางๆ มื้อนี้หมดไป 600 กว่าบาท กับเวลา 2 ชม.แห่งความสุข เรียกว่านั่งเพลินจนไม่อยากเช็คบิล โดยสรุปเราว่าอาหารร้านนี้ไม่ได้อร่อยเว่อร์ถึงขนาดว่าต้องดั้นด้นมากินนะ แต่มันมีกิมมิคในแต่ละจานที่เพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ของร้าน เช่นการตกแต่งขนมเป็นหน้าแมวเหมียวน่ารักๆ บวกกับบรรยากาศร้านสบายๆ พนักงานดูแลดี มีน้องแมวเดินโฉบไปโฉบมา หรือบางตัววิ่งไล่กันทั่วร้าน ก็ทำให้ร้านนี้เป็นอีกร้านนึงที่ไม่ควรพลาดนะ →วันนี้ขอเสนอคาเฟ่เล็กๆที่มีแมวเป็นจุดขาย คนรักแมวหรือคนกลัวแมว(อย่างเรา)ก็ไปได้ ร้าน Purr Cat Café อยู่ในซอยสุขุมวิท 53 หรือซอยไปดีมาดี เดินเข้าซอยมาสัก 600 เมตรได้ ร้านอยู่ซ้ายมือติดกับร้าน Corner 43 เท่าที่เห็นมีที่จอดรถจอดได้แค่ 3 คัน แนะนำว่าถ้ามากันตั้งแต่ร้านเปิดได้ก็สมควรอย่างยิ่ง เพราะข้างในมีโต๊ะแค่ประมาณ 10 โต๊ะ ไม่กี่ชั่วโมงคนก็ล้นนั่งรอคิวกันหลายกลุ่มเลย ก่อนเข้าร้านเราต้องเปลี่ยนรองเท้า ล้างมือด้วยน้ำและแอลกอฮอลล์ตามกฎที่ทางร้านตั้งไว้ เพื่อความสะอาดและปลอดภัยของทั้งแมวและตัวลูกค้าเอง แต่กฎที่เห็นว่าค่อนข้างเข้มเห็นจะเป็น "ห้ามอุ้มแมว" ที่ถ้าหากว่าไม่ทำตามก็ต้องโดนปรับกันเลย เรามาดูขนมที่สั่งกันวันนี้ดีกว่า... Milk Pudding พุดดิ้งนมนุ่มๆเย็นๆ หวานไม่แรงมาก ราดนมหน่อยก็เพิ่มความอร่อยเข้าไปอีก Purr Cat Brownie บราวนี่ช็อคโกแลตที่ทำเป็นรูปหน้าแมว น่ารักมากแถมรสชาติก็อร่อยไม่แพ้หน้าตา กินคู่กับวิปครีมและไอศครีมที่เลือกรสได้ทั้งรสนม ช็อคโกแลต หรือชาเขียว แต่เราแอบอยากให้บราวนี่ชิ้นใหญ่กว่านี้อีกนิดนึงน่าจะดีนะ มักกะนีอบชีส เป็นหนึ่งในอาหารคาวไม่กี่อย่างของทางร้าน เสิร์ฟมาในถ้วยเล็กแต่รสชาติไม่ได้เล็กตามเลยนะ ชีสเข้มข้นมาก เรียกว่าทานตอนร้อนๆนี่อยากจะเบิ้ลเลย ส่วนเครื่องดื่มสั่งเป็นชาเย็นและอเมริกาโน่ ไม่ได้โดดเด่นอะไรมาก รสชาติกลางๆ มื้อนี้หมดไป 600 กว่าบาท กับเวลา 2 ชม.แห่งความสุข เรียกว่านั่งเพลินจนไม่อยากเช็คบิล โดยสรุปเราว่าอาหารร้านนี้ไม่ได้อร่อยเว่อร์ถึงขนาดว่าต้องดั้นด้นมากินนะ แต่มันมีกิมมิคในแต่ละจานที่เพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ของร้าน เช่นการตกแต่งขนมเป็นหน้าแมวเหมียวน่ารักๆ บวกกับบรรยากาศร้านสบายๆ พนักงานดูแลดี มีน้องแมวเดินโฉบไปโฉบมา หรือบางตัววิ่งไล่กันทั่วร้าน ก็ทำให้ร้านนี้เป็นอีกร้านนึงที่ไม่ควรพลาดนะ ช่วงนี้นอนดึกจริงๆ(หลับตอนเย็น555) มีotop เห้ย ร้านแล้วบ้านอีกล่ะ ช่วงนี้โปรโมทร้านแถวบ้านจริงๆ ก็ยังยืนยันเหมือนเดิมครับ แถวศาลายา นี้ของกินเยอะจริงๆ และของอร่อยก็เยอะด้วย ราดหน้าหลายคงคนกินแต่เส้นเดิมๆ ลองกินเส้นหมกไข่ดูแล้วจะติดใจ ε-(´∀`; )? เส้นหมกไข่ก็คือเส้นใหญ่นั้นล่ะครับแต่เค้าไปทอดกับไข่ เหมือนเอาไข่มาห่ออะไรประมาณนั้นถึงได้เรียกเส้นหมกไข่ ยิ่งทอดให้กรอบยิ่งอร่อย ร้านนี้ยังทอดไม่กรอบเท่าไร แต่มีร้านแถวบ้านเก่า หน้าหมู่บ้านพระปิ่น3 บางใหญ่ อร่อยมากๆๆร้านนั้น คิดถึงเลย แต่ขี้เกียจไปo(`ω´ )o ใครอยากลองก็สั่งดูเลย อร่อยดีสำหรับผม( ̄^ ̄)ゞ→ช่วงนี้นอนดึกจริงๆ(หลับตอนเย็น555) มีotop เห้ย ร้านแล้วบ้านอีกล่ะ ช่วงนี้โปรโมทร้านแถวบ้านจริงๆ ก็ยังยืนยันเหมือนเดิมครับ แถวศาลายา นี้ของกินเยอะจริงๆ และของอร่อยก็เยอะด้วย ราดหน้าหลายคงคนกินแต่เส้นเดิมๆ ลองกินเส้นหมกไข่ดูแล้วจะติดใจ ε-(´∀`; )? เส้นหมกไข่ก็คือเส้นใหญ่นั้นล่ะครับแต่เค้าไปทอดกับไข่ เหมือนเอาไข่มาห่ออะไรประมาณนั้นถึงได้เรียกเส้นหมกไข่ ยิ่งทอดให้กรอบยิ่งอร่อย ร้านนี้ยังทอดไม่กรอบเท่าไร แต่มีร้านแถวบ้านเก่า หน้าหมู่บ้านพระปิ่น3 บางใหญ่ อร่อยมากๆๆร้านนั้น คิดถึงเลย แต่ขี้เกียจไปo(`ω´ )o ใครอยากลองก็สั่งดูเลย อร่อยดีสำหรับผม( ̄^ ̄)ゞร้านนี้คุณพ่อซื้อให้ทานตั้งแต่เด็กค่ะ ชอบทานมาก โดยเฉพาะก๊วยเตี๋ยวคั่วกรอบที่ต้องสั่งเกือบทุกครั้ง ขอให้คุณพ่อซื้อมาให้ทานจนคุณพ่อแอบเอือมค่ะ55 เพราะร้านนี้ลูกค้าเยอะ ต้องรออาหารค่ะ แต่ไม่เคยผิดหวังนะคะ -บรรยากาศ- ร้านนี้อยู่ในซอยแปลงนาม ตั้งเป็นรถเข็นขายอยู่ริมถนนเลยค่ะ ทางร้านจะกางโต๊ะไว้2ข้างของฟุตบาทค่ะ เค้าจะผัดจานต่อจาน ย่างกระทะร้อนๆกันให้เห็นเลยค่ะ ได้บรรยากาศ Street food มากๆค่ะ -อาหารที่สั่ง- 1.*** “ก๊วยเตี๋ยวคั่วกรอบ” (70บาท) ทางร้านจะเอาเส้นใหญ่กับเครื่องทะเล ทั้งปลาหมึกสด ปลาหมึกแช่ และกุ้ง กับไก่ที่หมักมาแล้ว มาคลุกเคล้ากับไข่ไก่ และแป้ง ทอดในน้ำมันร้อนๆ ทานแบบกรอบนอกนุ่มใน เส้นหนึบหนับดีค่ะ ที่ชอบคือต้องทานกับน้ำจิ้มสุกี้ของทางร้านด้วยค่ะ เข้ากันดี หอมอร่อยค่ะ 2. “เซี่ยงไฮ้ขี้เมากระทะร้อน” (70บาท) เส้นเซี่ยงไฮ้สีใส ผัดกับใบกระเพรา ปลาหมึกสด แลาหมึกแช่ และกุ้ง รสชาติเผ็ดดีค่ะ ทานไปคนไป เพราะกลัวใหม่ ปรุงรสมาอ่อนเค็มไปนิด เลยปรุงเพิ่มอีกหน่อย อร่อยเลยค่ะ ^^* -บริการ- เจ้าของร้านใจดีค่ะ เตรียมของเอง ผัดเองเลยค่ะ มีลูกชาย กับลูกน้องมาช่วยด้วย -การเดินทาง- ซอยแปลงนาม ข้างซอยเท็กซัสสุกี้ค่ะ KiMCHi WaSaBi 19/10/2013→ร้านนี้คุณพ่อซื้อให้ทานตั้งแต่เด็กค่ะ ชอบทานมาก โดยเฉพาะก๊วยเตี๋ยวคั่วกรอบที่ต้องสั่งเกือบทุกครั้ง ขอให้คุณพ่อซื้อมาให้ทานจนคุณพ่อแอบเอือมค่ะ55 เพราะร้านนี้ลูกค้าเยอะ ต้องรออาหารค่ะ แต่ไม่เคยผิดหวังนะคะ -บรรยากาศ- ร้านนี้อยู่ในซอยแปลงนาม ตั้งเป็นรถเข็นขายอยู่ริมถนนเลยค่ะ ทางร้านจะกางโต๊ะไว้2ข้างของฟุตบาทค่ะ เค้าจะผัดจานต่อจาน ย่างกระทะร้อนๆกันให้เห็นเลยค่ะ ได้บรรยากาศ Street food มากๆค่ะ -อาหารที่สั่ง- 1.*** "ก๊วยเตี๋ยวคั่วกรอบ" (70บาท) ทางร้านจะเอาเส้นใหญ่กับเครื่องทะเล ทั้งปลาหมึกสด ปลาหมึกแช่ และกุ้ง กับไก่ที่หมักมาแล้ว มาคลุกเคล้ากับไข่ไก่ และแป้ง ทอดในน้ำมันร้อนๆ ทานแบบกรอบนอกนุ่มใน เส้นหนึบหนับดีค่ะ ที่ชอบคือต้องทานกับน้ำจิ้มสุกี้ของทางร้านด้วยค่ะ เข้ากันดี หอมอร่อยค่ะ 2. "เซี่ยงไฮ้ขี้เมากระทะร้อน" (70บาท) เส้นเซี่ยงไฮ้สีใส ผัดกับใบกระเพรา ปลาหมึกสด แลาหมึกแช่ และกุ้ง รสชาติเผ็ดดีค่ะ ทานไปคนไป เพราะกลัวใหม่ ปรุงรสมาอ่อนเค็มไปนิด เลยปรุงเพิ่มอีกหน่อย อร่อยเลยค่ะ ^^* -บริการ- เจ้าของร้านใจดีค่ะ เตรียมของเอง ผัดเองเลยค่ะ มีลูกชาย กับลูกน้องมาช่วยด้วย -การเดินทาง- ซอยแปลงนาม ข้างซอยเท็กซัสสุกี้ค่ะ KiMCHi WaSaBi 19/10/2013 |
| review | strip_whitespace ตัด/ยุบช่องว่าง และแปลง non-breaking space เป็นช่องว่างปกติ | 2,052 | 'ร้านอาหารใหญ่มากกกกกกก \nเลี้ยวเข้ามาเจอห้องน้ำก่อนเลย เออแปลกดี \nห้องทานหลักๆอยู่ชั้น 2 มีกาแฟ น้ำผึ้ง ซึ่งก็แค่เอาน้ำผึ้งมาราด แพงเวอร์ อย่าสั่งเลย \nลาบไข่ต้ม ไข่มันคาวอะ เลยไม่ประทับใจเท่าไหร่\nทอดมันหัวปลีกรอบอร่อยต้องเบิ้ล \nพะแนงห่อไข่อร่อยดี เห้ยแต่ราคา 150บาทมันเกินไปนะ รับไม่ไหวว\nเลิกกินแล้วมีขนมหวานให้กินฟรีเล็กน้อย )ขนมไทย) \n\nคงไม่ไปซ้ำ แพงเกิน '→'ร้านอาหารใหญ่มากกกกกกก \nเลี้ยวเข้ามาเจอห้องน้ำก่อนเลย เออแปลกดี \nห้องทานหลักๆอยู่ชั้น 2 มีกาแฟ น้ำผึ้ง ซึ่งก็แค่เอาน้ำผึ้งมาราด แพงเวอร์ อย่าสั่งเลย \nลาบไข่ต้ม ไข่มันคาวอะ เลยไม่ประทับใจเท่าไหร่\nทอดมันหัวปลีกรอบอร่อยต้องเบิ้ล \nพะแนงห่อไข่อร่อยดี เห้ยแต่ราคา 150บาทมันเกินไปนะ รับไม่ไหวว\nเลิกกินแล้วมีขนมหวานให้กินฟรีเล็กน้อย )ขนมไทย) \n\nคงไม่ไปซ้ำ แพงเกิน''อาหารที่นี่เป็นอาหารจีนแคะที่หากินยากในบ้านเรา ตัวร้านตั้งอยู่ที่ถนนพุทธมณฑลสาย 3 ไปตาม ถ.ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี เมื่อถึงพุทธมณฑลสาย 3 ก็เลี้ยวเข้าไปประมาณ 500 เมตร ร้านอยู่ทางซ้ายมือค่ะ มีคนบอกมาว่าความพิเศษของร้านนี้คือกุ๊กเก่าและเป็นกุ๊กรุ่นสุดท้ายจาก "ฮก ลก ซิ่ว” ภัตตาคารจีนชื่อดังย่านราชประสงค์ ที่เลิกกิจการไปแล้ว ต้องคนที่อายุเลข 5 ขึ้นไปจึงจะเคยกิน ฮก ลก ซิ่ว จานเด็ดที่มีขายที่นี่แห่งเดียวในเมืองไทยคือ ปลาเต๋าเต้ย 2 ฤดู เป็นสูตรจากมาเลเซีย นอกนั้นก็มี ผัดผักน้ำมันหอย ไก่เบตง เคาหยก ปูทะเลซุปน้ำใสหม้อไฟ เต้าหู้แคระยัดไส้หม้อดิน และ ลูกชิ้นแคระ \nอาหารที่เราแนะนำคือไก่เบตง (คล้ายๆไก่แช่เหล้า) เสริฟพร้อมกับหอมเจียว และน้ำจิ้มน้ำพริกเผาสูตรเด็ดของทางร้าน \nเมนูข้าวผัดหนำเลียบก็อร่อยค่ะ ชอบมากๆ'→'อาหารที่นี่เป็นอาหารจีนแคะที่หากินยากในบ้านเรา ตัวร้านตั้งอยู่ที่ถนนพุทธมณฑลสาย 3 ไปตาม ถ.ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี เมื่อถึงพุทธมณฑลสาย 3 ก็เลี้ยวเข้าไปประมาณ 500 เมตร ร้านอยู่ทางซ้ายมือค่ะ มีคนบอกมาว่าความพิเศษของร้านนี้คือกุ๊กเก่าและเป็นกุ๊กรุ่นสุดท้ายจาก "ฮก ลก ซิ่ว” ภัตตาคารจีนชื่อดังย่านราชประสงค์ ที่เลิกกิจการไปแล้ว ต้องคนที่อายุเลข 5 ขึ้นไปจึงจะเคยกิน ฮก ลก ซิ่ว จานเด็ดที่มีขายที่นี่แห่งเดียวในเมืองไทยคือ ปลาเต๋าเต้ย 2 ฤดู เป็นสูตรจากมาเลเซีย นอกนั้นก็มี ผัดผักน้ำมันหอย ไก่เบตง เคาหยก ปูทะเลซุปน้ำใสหม้อไฟ เต้าหู้แคระยัดไส้หม้อดิน และ ลูกชิ้นแคระ \nอาหารที่เราแนะนำคือไก่เบตง (คล้ายๆไก่แช่เหล้า) เสริฟพร้อมกับหอมเจียว และน้ำจิ้มน้ำพริกเผาสูตรเด็ดของทางร้าน \nเมนูข้าวผัดหนำเลียบก็อร่อยค่ะ ชอบมากๆ''ร้านข้าวต้มกระดูกหมู ปากซอยพัฒนาการ 57 เป็นอีกร้านที่ผมมักจะมาพึ่งพาเวลากลับบ้านค่ำมืดดึกดื่นครับ \n\nเวลาจะมาร้านนี้ แนะนำให้เข้าไปจอดรถในซอยพัฒนาการ 57 ซึ่งถ้าหาไม่ได้ลองสังเกตดูฝั่งขวาหรือฝั่งซ้ายจะมีซอยเล็กๆ ที่ไปทะลุพัฒนาการ 55 หรือ พัฒนาการ 59 มักจะมาที่ให้จอดได้ ไม่ค่อยพลาดครับ\n\nร้านมีป้ายสว่างสดใสว่าข้าวต้มกระดูกหมู ตั้งอยู่ติดกับ 7-11 มีโต๊ะประมาณ 6 โต๊ะ ถ้าไปนั่งทานช่วงสามทุ่มก็จะได้ดูละครช่อง 3 หรือช่อง 7 ด้วยนะเออ \n\nเนื้อหมูก็มีให้เลือกทั้งที่เป็น หมูชิ้น หมูบะช่อ หรือกระดูกหมู แนะนำว่าถ้ามาร้านนี้ให้ลองทานผสมดูก็ได้ครับ ราคาเท่ากัน แล้วเจ้าของก็ใจดีให้หมูมาแบบไม่กลัวจะไม่กำไรเลย กระดูกหมูเขาต้มมาได้ที่มากๆ ออกแรงขบฟันนิดหน่อยเนื้อหมูก็ร่อนออกจากกระดูกแล้วครับ แล้วรู้สึกว่าร้านนี้จะเปิดดึกด้วย เมื่อคืนขับรถผ่านตอน 5 ทุ่มครึ่งร้านยังเปิดอยู่เลยครับ\n\nเป็นอีกที่ที่อยากแนะนำ เอาไปสี่ดาว\n'→'ร้านข้าวต้มกระดูกหมู ปากซอยพัฒนาการ 57 เป็นอีกร้านที่ผมมักจะมาพึ่งพาเวลากลับบ้านค่ำมืดดึกดื่นครับ \n\nเวลาจะมาร้านนี้ แนะนำให้เข้าไปจอดรถในซอยพัฒนาการ 57 ซึ่งถ้าหาไม่ได้ลองสังเกตดูฝั่งขวาหรือฝั่งซ้ายจะมีซอยเล็กๆ ที่ไปทะลุพัฒนาการ 55 หรือ พัฒนาการ 59 มักจะมาที่ให้จอดได้ ไม่ค่อยพลาดครับ\n\nร้านมีป้ายสว่างสดใสว่าข้าวต้มกระดูกหมู ตั้งอยู่ติดกับ 7-11 มีโต๊ะประมาณ 6 โต๊ะ ถ้าไปนั่งทานช่วงสามทุ่มก็จะได้ดูละครช่อง 3 หรือช่อง 7 ด้วยนะเออ \n\nเนื้อหมูก็มีให้เลือกทั้งที่เป็น หมูชิ้น หมูบะช่อ หรือกระดูกหมู แนะนำว่าถ้ามาร้านนี้ให้ลองทานผสมดูก็ได้ครับ ราคาเท่ากัน แล้วเจ้าของก็ใจดีให้หมูมาแบบไม่กลัวจะไม่กำไรเลย กระดูกหมูเขาต้มมาได้ที่มากๆ ออกแรงขบฟันนิดหน่อยเนื้อหมูก็ร่อนออกจากกระดูกแล้วครับ แล้วรู้สึกว่าร้านนี้จะเปิดดึกด้วย เมื่อคืนขับรถผ่านตอน 5 ทุ่มครึ่งร้านยังเปิดอยู่เลยครับ\n\nเป็นอีกที่ที่อยากแนะนำ เอาไปสี่ดาว''วันนี้ได้มีโอกาสไปนั่งซดกาแฟที่ร้านวาวี แถวๆอารีย์\n\nก็ได้ยินมาบ่อยๆละ จากหลายที่ แต่ที่บ่อยสุดก็จาก Twitter ว่ากาแฟที่นี่อร่อยมากกกกกกก\nเรียกว่าระดับแฟนๆ Starbuck ยังต้องเหลียวมามอง ก็ดองมานานจนถึงวันนี้โอกาสเหมาะ ไป\npresent งานที่ตึก Software Park เสร็จก็เลยมาหาไรกินแถวนี้พอดี\nจัดไป.....\n\n\nบรรยากาศรอบๆร้านก็แต่งได้น่านั่ง อารมณ์ประมาณว่าอยู่ในสวนบ้านเราเอง ต้นไม้เยอะดี\nอย่างน้อยก็เป็นสีเขียวเล็กๆ ในใจกลางเมืองได้ละ\nเขียวชอุ่ม\n\nว่าแล้วไม่รอช้าขอ Test ไม่สิ Taste เลยดีกว่าเดินเข้าร้านทันใด ป้าบบ...\n\n"พี่คับ เอา...ลาเต้ ร้อนแก้วนึงคับ"\nว่างๆ มานั่งจิบกาแฟ ฟังเพลง พักผ่อนได้ดีทีเดียว\n\nจ่ายตังเสร็จ ก็ถูกพนักงานอัญเชิญไปรอที่โต๊ะ 55+ เพราะที่นี่เขาเสริฟให้ถึงที่ หุๆ\nก็เลือกที่นั่งริมกระจก จะได้เห็นสาวๆ เอ้ย วิวถนัดๆหน่อย\nนั่งชมวิวรอกาแฟมา\n\nไม่นานเกินอึดใจ ไวไวยังไม่ทันสุก ลาเต้ร้อนๆก็มาวางอยู่ข้างหน้า\nซู้ดดดดดดด อ่าห์\n\nชำเลืองตามองลงไป....โอ้วว ที่นี่มีเล่นลายฟองนมด้วยเว้ยยย\nแต่พอดีด้วยความตะกละไปนิดดันฉีกน้ำตาลเทใส่แล้วเผลอคน ก็เลยไม่ได้\nถ่ายรูปมาให้ดู 55+ เหลือแต่ซากอารยธรรมลาเต้เมพๆ\n\n\nหน้าตาผ่าน ที่นี่ก็รสชาติ 1...2.....ชู้ดดดดดดด\nเฮ้ยยย นี่มัน....เมพพพพ ถึงเราจะไม่ค่อยรู้เรื่องกาแฟมากนัก แต่เท่าที่เคยลองชิมๆ\nมา รสชาติและกลิ่นมันไม่ธรรมดาเลย หอมๆ ถือว่าเป็นมวยรุ่นเดียวกะ Starbuck ได้\n\n\nเมนูอื่นๆ ลองชิม Coco ปั่น ของเพื่อนก็แหล่มไม่แพ้กัน วิปครีมหวานมัน โกโก้ก็หอม\nส่วนเพื่อนอีกคนสั่งน้ำส้มกะเค้กช็อกโกแลตมันก็บอกว่าแจ่ม ......\n\n\nสรุปก็คือ บรรยากาศก็ดี บริการก็ดี กาแฟอร่อย ราคาไม่แพง(แต่กินบ่อยก็จุกได้)\nถ้าครายผ่านแถวอารีย์มากินเหอะ ซอยไรจำไม่ได้รู้แต่อยู่ตรงข้าม Villa ตรง BS อารีย์เลยอะ 55+\n\nถ่ายโดย : Tan\nกล้อง : ซัมซวย Omnia i900 (สีภาพถึงได้ไม่ค่อยสวยเท่าไหร) '→'วันนี้ได้มีโอกาสไปนั่งซดกาแฟที่ร้านวาวี แถวๆอารีย์\n\nก็ได้ยินมาบ่อยๆละ จากหลายที่ แต่ที่บ่อยสุดก็จาก Twitter ว่ากาแฟที่นี่อร่อยมากกกกกกก\nเรียกว่าระดับแฟนๆ Starbuck ยังต้องเหลียวมามอง ก็ดองมานานจนถึงวันนี้โอกาสเหมาะ ไป\npresent งานที่ตึก Software Park เสร็จก็เลยมาหาไรกินแถวนี้พอดี\nจัดไป.....\n\n\nบรรยากาศรอบๆร้านก็แต่งได้น่านั่ง อารมณ์ประมาณว่าอยู่ในสวนบ้านเราเอง ต้นไม้เยอะดี\nอย่างน้อยก็เป็นสีเขียวเล็กๆ ในใจกลางเมืองได้ละ\nเขียวชอุ่ม\n\nว่าแล้วไม่รอช้าขอ Test ไม่สิ Taste เลยดีกว่าเดินเข้าร้านทันใด ป้าบบ...\n\n"พี่คับ เอา...ลาเต้ ร้อนแก้วนึงคับ"\nว่างๆ มานั่งจิบกาแฟ ฟังเพลง พักผ่อนได้ดีทีเดียว\n\nจ่ายตังเสร็จ ก็ถูกพนักงานอัญเชิญไปรอที่โต๊ะ 55+ เพราะที่นี่เขาเสริฟให้ถึงที่ หุๆ\nก็เลือกที่นั่งริมกระจก จะได้เห็นสาวๆ เอ้ย วิวถนัดๆหน่อย\nนั่งชมวิวรอกาแฟมา\n\nไม่นานเกินอึดใจ ไวไวยังไม่ทันสุก ลาเต้ร้อนๆก็มาวางอยู่ข้างหน้า\nซู้ดดดดดดด อ่าห์\n\nชำเลืองตามองลงไป....โอ้วว ที่นี่มีเล่นลายฟองนมด้วยเว้ยยย\nแต่พอดีด้วยความตะกละไปนิดดันฉีกน้ำตาลเทใส่แล้วเผลอคน ก็เลยไม่ได้\nถ่ายรูปมาให้ดู 55+ เหลือแต่ซากอารยธรรมลาเต้เมพๆ\n\n\nหน้าตาผ่าน ที่นี่ก็รสชาติ 1...2.....ชู้ดดดดดดด\nเฮ้ยยย นี่มัน....เมพพพพ ถึงเราจะไม่ค่อยรู้เรื่องกาแฟมากนัก แต่เท่าที่เคยลองชิมๆ\nมา รสชาติและกลิ่นมันไม่ธรรมดาเลย หอมๆ ถือว่าเป็นมวยรุ่นเดียวกะ Starbuck ได้\n\n\nเมนูอื่นๆ ลองชิม Coco ปั่น ของเพื่อนก็แหล่มไม่แพ้กัน วิปครีมหวานมัน โกโก้ก็หอม\nส่วนเพื่อนอีกคนสั่งน้ำส้มกะเค้กช็อกโกแลตมันก็บอกว่าแจ่ม ......\n\n\nสรุปก็คือ บรรยากาศก็ดี บริการก็ดี กาแฟอร่อย ราคาไม่แพง(แต่กินบ่อยก็จุกได้)\nถ้าครายผ่านแถวอารีย์มากินเหอะ ซอยไรจำไม่ได้รู้แต่อยู่ตรงข้าม Villa ตรง BS อารีย์เลยอะ 55+\n\nถ่ายโดย : Tan\nกล้อง : ซัมซวย Omnia i900 (สีภาพถึงได้ไม่ค่อยสวยเท่าไหร)''เมื่อวันก่อนไปเดินเล่น แบบชิวๆๆ ที่สยามสแควร์แหล่งรวมของวัยรุ่น\nแน่นอนอยู่แล้ว เมื่อไปถึงสยามทั้งทีก็ยังคงไม่ลืมหาของกินสุดชิคและเก๋มาฝากเพื่อน ๆ ชาววงในให้ได้ไปลองกัน\nโดยร้านที่ผู้เขียนจะแนะนำวันนี้ คือ ร้านชานมไข่มุก "Dasaki" อยู่ตรงข้ามกับวัตสัน\nจุดเด่นสำหรับร้านนี้คือสีเหลืองสว่างของร้านทำให้เป็นที่เตะตาต้องใจของผู้ที่เดินผ่านไปผ่านมาให้เห็นได้ชัด\nโดยถ้ามองทั่ว ๆ ไปแล้วนั้นก็จะเหมือนกับร้านชานมไข่มุกธรรมดา \nแต่วันนี้เมนูที่ผู้เขียนเห็นแล้วว่าเด็ดจริง ๆ ชิคสุด ๆ คือ "ชานมพุดดิ้ง"\nที่ผู้เขียนบอกได้คำเดียวว่า เริ่ดมาก ถ้าเพื่อน ๆ ชาววงในคนไหนได้ผ่านไปแถวสยามก็อย่าลืมแวะไปลองทานกันนะค่ะ\nเดี๋ยวเค้าจะหาว่ามาไม่ถึงสยาม !!!'→'เมื่อวันก่อนไปเดินเล่น แบบชิวๆๆ ที่สยามสแควร์แหล่งรวมของวัยรุ่น\nแน่นอนอยู่แล้ว เมื่อไปถึงสยามทั้งทีก็ยังคงไม่ลืมหาของกินสุดชิคและเก๋มาฝากเพื่อน ๆ ชาววงในให้ได้ไปลองกัน\nโดยร้านที่ผู้เขียนจะแนะนำวันนี้ คือ ร้านชานมไข่มุก "Dasaki" อยู่ตรงข้ามกับวัตสัน\nจุดเด่นสำหรับร้านนี้คือสีเหลืองสว่างของร้านทำให้เป็นที่เตะตาต้องใจของผู้ที่เดินผ่านไปผ่านมาให้เห็นได้ชัด\nโดยถ้ามองทั่ว ๆ ไปแล้วนั้นก็จะเหมือนกับร้านชานมไข่มุกธรรมดา \nแต่วันนี้เมนูที่ผู้เขียนเห็นแล้วว่าเด็ดจริง ๆ ชิคสุด ๆ คือ "ชานมพุดดิ้ง"\nที่ผู้เขียนบอกได้คำเดียวว่า เริ่ดมาก ถ้าเพื่อน ๆ ชาววงในคนไหนได้ผ่านไปแถวสยามก็อย่าลืมแวะไปลองทานกันนะค่ะ\nเดี๋ยวเค้าจะหาว่ามาไม่ถึงสยาม !!!' |
| review | normalize_unicode ทำ Unicode normalization แบบ NFC | 70 | ร้านนี้คาดว่าเก่าแก่มานานนมละ...ดูจากบรรยากาศและไสตล์การแต่งร้านเนี่ยก้อยุคคุนปู่คุนย่ายังออกมาเต้นลีลาศกันอยู่อ่ะนะ เมนูที่สั่งปาจำก้อสลัดเนื้อ ซี่โครงหมูอบ แกงกะหรี่ไก่ สตูว์ลิ้นวัว รสชาดอาหารร้านเน้ถือว่าไม่ได้ดีเว่อร์...แต่ที่โดดเด่นและน่ามาทานซ้ำก้อตรงที่เนื้อที่ใส่มาแต่ละจานเนี่ยนุ่มมมมากกกกก!!! ยกนิ้วให้เลย^^ ส่วนเรื่องราคาเนี่ยไม่ค่อยนุ่มเท่าไหร่555→ร้านนี้คาดว่าเก่าแก่มานานนมละ...ดูจากบรรยากาศและไสตล์การแต่งร้านเนี่ยก้อยุคคุนปู่คุนย่ายังออกมาเต้นลีลาศกันอยู่อ่ะนะ เมนูที่สั่งปาจำก้อสลัดเนื้อ ซี่โครงหมูอบ แกงกะหรี่ไก่ สตูว์ลิ้นวัว รสชาดอาหารร้านเน้ถือว่าไม่ได้ดีเว่อร์...แต่ที่โดดเด่นและน่ามาทานซ้ำก้อตรงที่เนื้อที่ใส่มาแต่ละจานเนี่ยนุ่มมมมากกกกก!!! ยกนิ้วให้เลย^^ ส่วนเรื่องราคาเนี่ยไม่ค่อยนุ่มเท่าไหร่555ร้านอยู่ริมถนนเลียบทางรถไฟ ถ้ามาจากถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าไปสถานีรถไฟหัวหินให้เลี้ยวซ้าย ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือ. ดูคล้ายเพิง แต่ไม่ใช่ หาที่จอดรถค่อนข้างลำบาก (เคยจอดได้ฝั่งตรงข้าม เลียบทางรถไฟ แต่ตอนนี้ร้านค้าเต็มไปหมด) เมนูทุกอย่างทำจากไก่ ตั้งแต่ ไก่ทอด ไก่ยัดไส้ ลาบไก่ กระเพราไก่ ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่ น้ำยาไก่ และอื่นๆอีกมากมาย สั่งเลย อร่อยทุกอย่าง แต่ขอหัก 1 คะแนน ที่หาที่จอดรถยาก และอาหารบางครั้งรสจัดมากกกกกก ทำให้อิ่มน้ำซะก่อน ทั้งที่อยากทานให้มากกว่านี้ ;P→ร้านอยู่ริมถนนเลียบทางรถไฟ ถ้ามาจากถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าไปสถานีรถไฟหัวหินให้เลี้ยวซ้าย ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือ. ดูคล้ายเพิง แต่ไม่ใช่ หาที่จอดรถค่อนข้างลำบาก (เคยจอดได้ฝั่งตรงข้าม เลียบทางรถไฟ แต่ตอนนี้ร้านค้าเต็มไปหมด) เมนูทุกอย่างทำจากไก่ ตั้งแต่ ไก่ทอด ไก่ยัดไส้ ลาบไก่ กระเพราไก่ ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่ น้ำยาไก่ และอื่นๆอีกมากมาย สั่งเลย อร่อยทุกอย่าง แต่ขอหัก 1 คะแนน ที่หาที่จอดรถยาก และอาหารบางครั้งรสจัดมากกกกกก ทำให้อิ่มน้ำซะก่อน ทั้งที่อยากทานให้มากกว่านี้ ;Pบรรยากาศในร้านตกแต่งแบบ พื้นเมือง คนค่อนข้างพลุกพล่าน ไม่เหมาะกับคู่รักที่ต้องการการเป็นส่วนตัว อาหารที่ส่ังมาทาน มี แกงฮังเล : เข้มข้น อร่อยค่ะ น้ำพริกหนุ่ม : รสชาติเอาใจชาวต่างชาติ ไม่เผ็ดเลยค่ะ ขาหมูรมควันทอด : หมูอร่อยค่ะ กรอบนิดๆ เนื้อแน่น ผัดผักกาดขาวผัดแฮมรมควัน : เค็มไปนิดนึงค่ะ→บรรยากาศในร้านตกแต่งแบบ พื้นเมือง คนค่อนข้างพลุกพล่าน ไม่เหมาะกับคู่รักที่ต้องการการเป็นส่วนตัว อาหารที่ส่ังมาทาน มี แกงฮังเล : เข้มข้น อร่อยค่ะ น้ำพริกหนุ่ม : รสชาติเอาใจชาวต่างชาติ ไม่เผ็ดเลยค่ะ ขาหมูรมควันทอด : หมูอร่อยค่ะ กรอบนิดๆ เนื้อแน่น ผัดผักกาดขาวผัดแฮมรมควัน : เค็มไปนิดนึงค่ะได้มาทำธุระแถวนี้ เหลือบไปเห็นปลาทูทอดวางอยู่ในตู้กระจก+ แกงส้มที่กำลังเดือด กลิ่นหอมมาตามลม เราก็ไม่รอช้าที่จะเข้าไปถามว่าพร้อมขายหรือยังคะ แล้วเราก็ได้ปลาทูทอด1ตัว และ น้ำพริก+ผักสดราดข้าว แต่ด้วยแกงส้มยังไม่เสร็จก็เลยถ่ายแกงส้มในหม้อมาให้ดูกันอย่างเดียว ระหว่างที่นั่ง เราก็เป็นลูกค้าคนแรกในร้าน และคนอื่นก็ค่อยๆเดินมาซื้อกันเรื่อยๆ ร้านนี้เปนตึกแถวธรรมดาอยู่ในซอย จันทร์32 เข้าซอยไปเรื่อยๆ ซอยไม่ใหญ่ค่ะ พอถึง3แยกให้เลี้ยวขวา และตรงมาเรื่อยๆ จนถึงบริษัทศิริวัฒนาอยู่ด้านซ้าย ร้านข้าวแกงก็อยู่ด้านขวาตรงข้ามกันเลยค่ะ เค้าจะเริ่มขายช่วงเย็นๆ 4โมง เพราะตอนเรามาเวลาประมาณ3โมงครึ่งค่ะ ร้านนี้เป็นตึกแถวธรรมดา ไม่ได้ตกแต่งอะไรมากมาย มีตู้กระจกโชว์อาหารสำหรับขาย มีโต้ะสำหรับลูกค้า 3โต้ะ แต่โต้ะสะอาดใช้ได้ แม่ค้าตักอาหารใส่ชุดกันเปื้อนกันทุกคน อาการก็มีหลายอย่าง และอาหารที่เราเห็นเพิ่มเติมก็มี เช่น ไข่ลูกเขย ปลาราดพริก หมูหวาน หมูกระเทียม น้ำพริกกะปิ ปลาทูไข่ชะอมทอด และคาดว่าน่าจะมีมาอีกหลายอย่าง รูปไม่ได้ถ่ายมาเยอะเพราะลูกค้ากับแม่ค้ากำลังยุ่งอยู่ ค่า→ได้มาทำธุระแถวนี้ เหลือบไปเห็นปลาทูทอดวางอยู่ในตู้กระจก+ แกงส้มที่กำลังเดือด กลิ่นหอมมาตามลม เราก็ไม่รอช้าที่จะเข้าไปถามว่าพร้อมขายหรือยังคะ แล้วเราก็ได้ปลาทูทอด1ตัว และ น้ำพริก+ผักสดราดข้าว แต่ด้วยแกงส้มยังไม่เสร็จก็เลยถ่ายแกงส้มในหม้อมาให้ดูกันอย่างเดียว ระหว่างที่นั่ง เราก็เป็นลูกค้าคนแรกในร้าน และคนอื่นก็ค่อยๆเดินมาซื้อกันเรื่อยๆ ร้านนี้เปนตึกแถวธรรมดาอยู่ในซอย จันทร์32 เข้าซอยไปเรื่อยๆ ซอยไม่ใหญ่ค่ะ พอถึง3แยกให้เลี้ยวขวา และตรงมาเรื่อยๆ จนถึงบริษัทศิริวัฒนาอยู่ด้านซ้าย ร้านข้าวแกงก็อยู่ด้านขวาตรงข้ามกันเลยค่ะ เค้าจะเริ่มขายช่วงเย็นๆ 4โมง เพราะตอนเรามาเวลาประมาณ3โมงครึ่งค่ะ ร้านนี้เป็นตึกแถวธรรมดา ไม่ได้ตกแต่งอะไรมากมาย มีตู้กระจกโชว์อาหารสำหรับขาย มีโต้ะสำหรับลูกค้า 3โต้ะ แต่โต้ะสะอาดใช้ได้ แม่ค้าตักอาหารใส่ชุดกันเปื้อนกันทุกคน อาการก็มีหลายอย่าง และอาหารที่เราเห็นเพิ่มเติมก็มี เช่น ไข่ลูกเขย ปลาราดพริก หมูหวาน หมูกระเทียม น้ำพริกกะปิ ปลาทูไข่ชะอมทอด และคาดว่าน่าจะมีมาอีกหลายอย่าง รูปไม่ได้ถ่ายมาเยอะเพราะลูกค้ากับแม่ค้ากำลังยุ่งอยู่ ค่าสั่งเกี๊ยว แบบทอด กะนึ่งมาลองใช้ได้ทั้งคู่ แต่เมนูอื่นไม่แนะนำ ตั้งแต่ไก่เย็น เหมือนไก่ไหว้เจ้าออกมาจากตู้เย็นจริง สั่งหมี่ซอสดำ คล้ายจาจังเหมี่ยน เส้นไม่เหนียวดังใจ ไม่ประทับ ต่ออีกด้วยกระดูกหมูพะโล้ผัดซอส จานนี้โอเค กระดูกหมูนุ่ม หอมเครืองเทศ และตบท้ายด้วย ปลาหมึกทอด ค่อนข้างเหนียว เละ ไม่กรอบดั่งใจคิด. เทียบอาหารกับของร้านบุญโภชนาฝั่งตรงข้ามกัน ชอบของบุญโภชนามากกว่า แต่ก็เป็นรสชาติแบบจีน เค็ม มัน→สั่งเกี๊ยว แบบทอด กะนึ่งมาลองใช้ได้ทั้งคู่ แต่เมนูอื่นไม่แนะนำ ตั้งแต่ไก่เย็น เหมือนไก่ไหว้เจ้าออกมาจากตู้เย็นจริง สั่งหมี่ซอสดำ คล้ายจาจังเหมี่ยน เส้นไม่เหนียวดังใจ ไม่ประทับ ต่ออีกด้วยกระดูกหมูพะโล้ผัดซอส จานนี้โอเค กระดูกหมูนุ่ม หอมเครืองเทศ และตบท้ายด้วย ปลาหมึกทอด ค่อนข้างเหนียว เละ ไม่กรอบดั่งใจคิด. เทียบอาหารกับของร้านบุญโภชนาฝั่งตรงข้ามกัน ชอบของบุญโภชนามากกว่า แต่ก็เป็นรสชาติแบบจีน เค็ม มัน |
| review | fix_tone_mark_stacking ลบวรรณยุกต์ที่ซ้อนติดกัน (เช่น '่่' → '่') | 96 | เพ่ิงกลับมาจากไต้หวันก็ไปลองร้านนี้ทันที ชานมไข่มุกที่นี้รสชาติเกือบเหมือนที่ไต้้หวันเลยค่ะ ไข่มุกเหนียวนุ่มไม่เละ ชานมก็ไม่หวาน และใส่น้ำแข็งนิดเดียว อร่อย :) ราคาแก้วละ 40 บาท ซื้อ 5 แถม 1 (แพงกว่าเจ้าตลาด 5 บาท แต่ได้รสชาติออริจินอลจริงๆ)→เพ่ิงกลับมาจากไต้หวันก็ไปลองร้านนี้ทันที ชานมไข่มุกที่นี้รสชาติเกือบเหมือนที่ไต้หวันเลยค่ะ ไข่มุกเหนียวนุ่มไม่เละ ชานมก็ไม่หวาน และใส่น้ำแข็งนิดเดียว อร่อย :) ราคาแก้วละ 40 บาท ซื้อ 5 แถม 1 (แพงกว่าเจ้าตลาด 5 บาท แต่ได้รสชาติออริจินอลจริงๆ)ร้านอาหารปักกิ่งที่ตอนนี้มีอยู่ทั่วบ้านทั่วเมือง ชื่อจีนคือ เหล่า ซาน ตง เป็นร้านประจำของที่บ้านมาตั้งแต่สมัยยังมีร้านเดียวอยู่ข้างตึกมโนรม ตอนนี้สาขาที่ทานประจำคือสาขานี้ครับ ในซอยสุขุมวิท 26 สาเหตุที่ทานประจำก็เพราะว่าสาขานี้ใหญ่ มีห้องส่วนตัว สะอาด และมีที่จอดรถสะดวก อาหารเค้ามาตรฐานดีมาก อาหารจีนหลากหลาย มีทั้งพวกเครื่องเคียงอย่างเต้าหู้ชนิดต่างๆ ไผ่ไต้ (สาหร่ายทะเล) หรือยำแตงกวา ไปจนถึงพวกเกี๊ยว-เสี่ยวหลงเปาก็อร่อย พวกหมี่ก็ใช้ได้จะเป็นหมี่จีนเส้นนวดเองแบบเหนียวๆ (ลาเมี่ยน) ให้ความรู้สึกสนุกเคี้ยวและเด้งดึ๋งๆในปาก อร่อยครับ เรียกได้ว่าไปทานที่นี่ทีไรจะเผลอกินไปเยอะมาก อาหารผัดทั่วไปก็อร่อย เอาเป็นว่าแนะนำเมนูดังนี้ไปก่อน - แพะทอด อันนี้หากินยากครับ ถ้าใครกินแพะแนะนำเลย เป็นซี่่โครงแพะทอดมาให้หยิบกิน เนื้อแพะจะนุ่มคล้ายเนื้อวัว จิ้มกับผงเครื่องเทศก็เข้ากันดี - มะเขือไส้หมูสับทอด เป็นมะเขือยัดไส้หมูสับชุบแป้งทอด กรอบนอกนุ่มใน กินร้อนๆอร่อย - หมี่ผัดเห็ดหอม ให้สั่งมาลองความดึ๋งดั๋งของเส้นหมี่ ซร้วบบบ - ของหวานทีเด็ดมีสองอย่างคือ มันทอดน้ำตาล จะเสิร์ฟมาเป็นมันเคลือบน้ำตาลร้อนๆ เวลาทานให้จุ่มลงถ้วยน้ำแข็งที่เค้าให้มา น้ำตาลจะแข็งตัวเป็นเหมือนเคลือบน้ำตาล แปลกและเท่ดีครับ - เผือกทอดคลุกงา ตามรูปเลย เหมือนปอเปี้ยะไส้เผือก หัวท้ายมีงาขาว ไปกินหลายๆคนสนุกกว่าครับ ร้านนี้→ร้านอาหารปักกิ่งที่ตอนนี้มีอยู่ทั่วบ้านทั่วเมือง ชื่อจีนคือ เหล่า ซาน ตง เป็นร้านประจำของที่บ้านมาตั้งแต่สมัยยังมีร้านเดียวอยู่ข้างตึกมโนรม ตอนนี้สาขาที่ทานประจำคือสาขานี้ครับ ในซอยสุขุมวิท 26 สาเหตุที่ทานประจำก็เพราะว่าสาขานี้ใหญ่ มีห้องส่วนตัว สะอาด และมีที่จอดรถสะดวก อาหารเค้ามาตรฐานดีมาก อาหารจีนหลากหลาย มีทั้งพวกเครื่องเคียงอย่างเต้าหู้ชนิดต่างๆ ไผ่ไต้ (สาหร่ายทะเล) หรือยำแตงกวา ไปจนถึงพวกเกี๊ยว-เสี่ยวหลงเปาก็อร่อย พวกหมี่ก็ใช้ได้จะเป็นหมี่จีนเส้นนวดเองแบบเหนียวๆ (ลาเมี่ยน) ให้ความรู้สึกสนุกเคี้ยวและเด้งดึ๋งๆในปาก อร่อยครับ เรียกได้ว่าไปทานที่นี่ทีไรจะเผลอกินไปเยอะมาก อาหารผัดทั่วไปก็อร่อย เอาเป็นว่าแนะนำเมนูดังนี้ไปก่อน - แพะทอด อันนี้หากินยากครับ ถ้าใครกินแพะแนะนำเลย เป็นซี่โครงแพะทอดมาให้หยิบกิน เนื้อแพะจะนุ่มคล้ายเนื้อวัว จิ้มกับผงเครื่องเทศก็เข้ากันดี - มะเขือไส้หมูสับทอด เป็นมะเขือยัดไส้หมูสับชุบแป้งทอด กรอบนอกนุ่มใน กินร้อนๆอร่อย - หมี่ผัดเห็ดหอม ให้สั่งมาลองความดึ๋งดั๋งของเส้นหมี่ ซร้วบบบ - ของหวานทีเด็ดมีสองอย่างคือ มันทอดน้ำตาล จะเสิร์ฟมาเป็นมันเคลือบน้ำตาลร้อนๆ เวลาทานให้จุ่มลงถ้วยน้ำแข็งที่เค้าให้มา น้ำตาลจะแข็งตัวเป็นเหมือนเคลือบน้ำตาล แปลกและเท่ดีครับ - เผือกทอดคลุกงา ตามรูปเลย เหมือนปอเปี้ยะไส้เผือก หัวท้ายมีงาขาว ไปกินหลายๆคนสนุกกว่าครับ ร้านนี้ร้าน After You อยู่ในทองหล่อซอย 13 เข้าไปประมาณ 50 เมตร การเดินทางแสนสะดวกมาก ๆ ค่ะ นั่ง BTS มาที่ สถานีรถไฟฟ้าทองหล่อ แล้วเดินเข้าซอย สุขุมวิท 55 (หรือเรียกว่า ซอยทองหล่อ) แล้วก็ โบกพี่วินไปส่งถึงหน้าร้าน จะเสียเงิน 20 บาทค่ะ ตอนที่ไปทาน ไปตอนหัวค่ำ ประมาณ หนึ่งทุ่มค่ะ คิดว่า เวลานี้เป็นเวลาที่ดีเลยทีเดียว เพราะว่า เป็นเวลาหลังเลิกงาน ได้รีแลคกับของหวานอร่อย ๆ และบรรยากาศร้านที่ตกแต่งสไตล์อบอุ่น ๆ แสงน้อย ๆ สบายตาและคนไม่เยอะ ไปก็ได้โต๊ะเลยค่ะ จานที่ได้ทาน มี Strawberry Trifle Chocolate Lava Matcha Toast ส่วนเครื่องดื่ม ก็เป็น Peach&Passion fruit soda ค่ะ รายละเอียด Strawberry Trifle 145฿ มี เค๊กชิ้้นเล็ก ๆ ประมาณห้าหกชิ้้น กับวิปครีมก้อนเล็ก ๆ สองสามชิ้น แล้วก็สตอร์เบอร์รี่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงไปในถ้วยไอศครีม แล้วราดด้วยซอสสตอร์เบอร์รี่ รสชาติคิดว่าธรรมดาค่ะ เค๊กไม่หวาน เหมาะสำหรับคนไม่ชอบหวาน Chocolate Lava 145฿ จานนี้มองภายนอกการตกแต่งจะเป็นสไตล์ฝรั่งเศส ประกอบด้วย ไอศครีมวนิลาหนึ่งก้อน สตอร์เบอร์รี่หั้่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ วางบนชอคโกแลตที่ราดบนจาน แล้วก็ตัวเอกของเราก็คือ ช๊อคโกแลตลาวาค่ะ อ้อ! มีผงช๊อคโกแลตโรยรอบ ๆ จานด้วย ตอนทานนะคะ ต้องตักทานพร้อมกันทั้งหมดเลยถึงจะอร่อยค่ะ ตัวช๊อคโกแลตลาวาจะมีชอคโกแลตเยิ้ม ๆ ทานเข้ากับไอศครีมวนิลาและสตอร์เบอร์รี่เลยทีเดียว จานนี้ถือว่าอร่อยใช้ได้เลยค่ะ Matcha Toast 195฿ ภายในจานประกอบด้วย ขนมปังเนื้อเยอะทาเนย อบแบบกรอบนอกนุ่มใน วางด้านบนและด้านข้างด้วยไอศครีมชาเขียว และตกแต่งด้วยวิปครีม เสริฟพร้อมกับ เมเปิ้ลไซรัป(สำหรับคนชอบหวาน) ความกรอบนอกนุ่มในของขนมปังทาเนย เมื่อทานกับไอศครีมชาเขียว วิปครีม และ เมเปิ้ลไซรัป(สำหรับคนชอบหวาน) ทานเข้าไปแบบเต็ม ๆ คำ แล้วรู้สึกอยากจะพูดว่า สุโก๊ยย เลยทีเดียว คือแบบ รสชาติมันเข้ากั๊นเข้ากันเลยค่ะ จานนี้แนะนำจริง ๆ Peach&Passion fruit soda 95฿ เครื่องดื่มเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนดื่มน้ำมะม่วงสุก ดื่มแก้หวานเลี่ยนได้ดีเลยทีเดียว ทานหมดนี่ ไม่ต้องทานข้าวเย็นกันเลยทีเดียว อิ่มสุด ๆ ค่ะ เมื่อทานอิ่มแล้วก็ถึงเวลาจ่ายเงิน หึหึหึ คิดว่าราคาค่อนข้างแพงพอสมควร ถ้าเปรียบเทียบกับระดับความอร่อย ปริมาณในจาน และวัตถุดิบ ยังไงก็ลองแวะไปทานกันดูนะคะ ^^→ร้าน After You อยู่ในทองหล่อซอย 13 เข้าไปประมาณ 50 เมตร การเดินทางแสนสะดวกมาก ๆ ค่ะ นั่ง BTS มาที่ สถานีรถไฟฟ้าทองหล่อ แล้วเดินเข้าซอย สุขุมวิท 55 (หรือเรียกว่า ซอยทองหล่อ) แล้วก็ โบกพี่วินไปส่งถึงหน้าร้าน จะเสียเงิน 20 บาทค่ะ ตอนที่ไปทาน ไปตอนหัวค่ำ ประมาณ หนึ่งทุ่มค่ะ คิดว่า เวลานี้เป็นเวลาที่ดีเลยทีเดียว เพราะว่า เป็นเวลาหลังเลิกงาน ได้รีแลคกับของหวานอร่อย ๆ และบรรยากาศร้านที่ตกแต่งสไตล์อบอุ่น ๆ แสงน้อย ๆ สบายตาและคนไม่เยอะ ไปก็ได้โต๊ะเลยค่ะ จานที่ได้ทาน มี Strawberry Trifle Chocolate Lava Matcha Toast ส่วนเครื่องดื่ม ก็เป็น Peach&Passion fruit soda ค่ะ รายละเอียด Strawberry Trifle 145฿ มี เค๊กชิ้นเล็ก ๆ ประมาณห้าหกชิ้น กับวิปครีมก้อนเล็ก ๆ สองสามชิ้น แล้วก็สตอร์เบอร์รี่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงไปในถ้วยไอศครีม แล้วราดด้วยซอสสตอร์เบอร์รี่ รสชาติคิดว่าธรรมดาค่ะ เค๊กไม่หวาน เหมาะสำหรับคนไม่ชอบหวาน Chocolate Lava 145฿ จานนี้มองภายนอกการตกแต่งจะเป็นสไตล์ฝรั่งเศส ประกอบด้วย ไอศครีมวนิลาหนึ่งก้อน สตอร์เบอร์รี่หั้่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ วางบนชอคโกแลตที่ราดบนจาน แล้วก็ตัวเอกของเราก็คือ ช๊อคโกแลตลาวาค่ะ อ้อ! มีผงช๊อคโกแลตโรยรอบ ๆ จานด้วย ตอนทานนะคะ ต้องตักทานพร้อมกันทั้งหมดเลยถึงจะอร่อยค่ะ ตัวช๊อคโกแลตลาวาจะมีชอคโกแลตเยิ้ม ๆ ทานเข้ากับไอศครีมวนิลาและสตอร์เบอร์รี่เลยทีเดียว จานนี้ถือว่าอร่อยใช้ได้เลยค่ะ Matcha Toast 195฿ ภายในจานประกอบด้วย ขนมปังเนื้อเยอะทาเนย อบแบบกรอบนอกนุ่มใน วางด้านบนและด้านข้างด้วยไอศครีมชาเขียว และตกแต่งด้วยวิปครีม เสริฟพร้อมกับ เมเปิ้ลไซรัป(สำหรับคนชอบหวาน) ความกรอบนอกนุ่มในของขนมปังทาเนย เมื่อทานกับไอศครีมชาเขียว วิปครีม และ เมเปิ้ลไซรัป(สำหรับคนชอบหวาน) ทานเข้าไปแบบเต็ม ๆ คำ แล้วรู้สึกอยากจะพูดว่า สุโก๊ยย เลยทีเดียว คือแบบ รสชาติมันเข้ากั๊นเข้ากันเลยค่ะ จานนี้แนะนำจริง ๆ Peach&Passion fruit soda 95฿ เครื่องดื่มเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนดื่มน้ำมะม่วงสุก ดื่มแก้หวานเลี่ยนได้ดีเลยทีเดียว ทานหมดนี่ ไม่ต้องทานข้าวเย็นกันเลยทีเดียว อิ่มสุด ๆ ค่ะ เมื่อทานอิ่มแล้วก็ถึงเวลาจ่ายเงิน หึหึหึ คิดว่าราคาค่อนข้างแพงพอสมควร ถ้าเปรียบเทียบกับระดับความอร่อย ปริมาณในจาน และวัตถุดิบ ยังไงก็ลองแวะไปทานกันดูนะคะ ^^ร้านขนม Sweet Snow เป็นร้านเล็กๆ น่ารักอยู่ข้างๆ ธนาคารออมสินในหมู่บ้านเมืองเอก ด้านตรงข้ามมีร้านเนื้อย่าง KUMA YAKINIKU ภายในร้านติดแอร์เย็นฉำ่ ร้้านนี้ผ่านมาก็สั่งสองอย่างที่เขียนไว้เป็น highlight ประจำคือ เกล็ดหิมะชาเขียวราดหน้าถั่วแดง และน้ำโซดาบลูโคลาโซลครับ เกล็ดหิมะชาเขียวรสเข้มใช้ได้ไม่หวานเกินไปถั่วแดงนิ่มดี ส่วนน้ำโซดา นี่ซ่ามากสะใจและก็รสชาติเปรี้ยวเข้มข้นดีมากๆ เหมาะสำหรับเวลาเหนือ่ยๆร้อนๆ มากๆ ครับ ปล. เค้าให้ผสมได้สองรสนะครับสำหรับเกล็ดหิมะ→ร้านขนม Sweet Snow เป็นร้านเล็กๆ น่ารักอยู่ข้างๆ ธนาคารออมสินในหมู่บ้านเมืองเอก ด้านตรงข้ามมีร้านเนื้อย่าง KUMA YAKINIKU ภายในร้านติดแอร์เย็นฉำ่ ร้านนี้ผ่านมาก็สั่งสองอย่างที่เขียนไว้เป็น highlight ประจำคือ เกล็ดหิมะชาเขียวราดหน้าถั่วแดง และน้ำโซดาบลูโคลาโซลครับ เกล็ดหิมะชาเขียวรสเข้มใช้ได้ไม่หวานเกินไปถั่วแดงนิ่มดี ส่วนน้ำโซดา นี่ซ่ามากสะใจและก็รสชาติเปรี้ยวเข้มข้นดีมากๆ เหมาะสำหรับเวลาเหนือ่ยๆร้อนๆ มากๆ ครับ ปล. เค้าให้ผสมได้สองรสนะครับสำหรับเกล็ดหิมะเอาสิ ชื่อร้านอะไรนะ Little Bitch?? ไม่ใช่ Little Bit นะจ๊ะ ที่นี่เค้าคือ Little BITCH! เป็นชื่อที่โฉ่งฉ่างดีมาก 55 ถ้าจะให้แปลเป็นไทยก็คงจะอะไรล่ะ... อีจิ๋ว? อะ ไม่ใช่ละ! ข้ามประเด็นเรื่องชื่อไปก่อนละกัน ร้านนี่้เป็นร้านที่เพื่อนๆพากันขับรถผ่านบ่อยมากกก แต่ก็แค่นั้นจริงๆก่อนหน้านี้ ก็ผ่านแล้วก็เลยไปเลย 55 คือทำเลที่ตั้งมันค่อนข้างจะเป็นอะไรที่คนไม่ทันตั้งตัวจะจอด เพราะเป็นทางเลี้ยวเข้าถนนใหญ่พอดี แต่ด้วยสายตาอันเฉียบคมดั่งดาบกระบี่มังกรหยก และท้องที่โหยหิวดั่งสัมพเวสีของโอม เราก็เลยมาลองร้านนี้กัน!! *******การเิดินทาง******* ตามที่โอมเขียนลงไปในข้อมูลร้านเลย ก็คือถ้ามาจากอนุสาวรีย์ชัย ก็ให้มาทางดินแดง แต่อย่าเตลิดมุดลงอุโมงค์นะจ๊ะ เพราะคุณจะเลย!! ให้ชิดเลยซ้ายๆไว้ แ้ล้วก็ออกไปถนนวิภาวดี ร้านจะอยู่ไม่ใกลจากต้นถนนเลย อย่าเข้าขวา เพราะถ้าเข้าขาวคุณท่านจะต้องใช้ skill แว๊บตัดหน้ารถอีกแสนล้านคันที่ตามมา และคุณคงจะจามแน่ๆเพราะโดนสาปแช่ง ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือ ให้สังเกตุป้ายส้มๆเอาไว้ นั่้่นแหละ!! *******บรรยากาศ******* ร้านนี้เค้าออกแนวนั่งดริ๊งค์กับเพื่อนฝูงกลั้วหูด้วยเพลงจาก DJ และดนตรีสด แต่จะขอบอกว่าอาหารอร่อยเข้าขั้นเลยนะเอ้อ!! จากการมาทานประมาณ 6 ครั้งแล้ว ลองไปเกือบทุกเมนูพึงจะสั่งละ 555 คืออีตัวร้านเนี่ย จะเป็นบ้านปูนสองชั้น แล้วบ้านก็มีสวนไง ทีนี้ก็เลยจะแบ่งออกได้เป็น 2 zone คือ indoor กับ outdoor ใครชอบบรรยากาศสบายๆเป็นสิงอมควันก็นั่งนอกร้านได้ (แนะนำว่าหน้าหนาวน่านั่งมาก) หรือคนชอบแสงสลัวๆและดนตรีสดก็นั่งในตัวบ้านไป (ติดนิดนึงว่าเสียงดนตรีสดดังมาก เม้ากันแทบฟังไม่ไำด้ศัพท์ ไม่สามารถจับไปกระเดียดได้) *******อาหารมาๆๆๆ******* จากที่ใช้สายตาอันเฉียบคมมองเมนูแผ่นใหญ่ของร้านแล้ว พบว่าอาหารเค้าไม่เยอะแยะอะไรนะ แต่ก็มีเมนูที่น่าลองเยอะเหมือนกัน เมนูธรรมดาๆเช่นข้าวไข่เจียว ไปจนถึงขาหมูเยอรมัน เป็นออกแนว fusion foods + อาหารไทยนั่นแหละ ส่วนเครื่องดื่มเค้ามีบริการตั้งแต่น้ำเปล่าจนถึงไวน์ cocktail และเหล้านานาชนิด ซึ่งจะแยกออกมาเป็นอีก 1 แ่ผ่นครับ หลักๆที่เราสั่งกันไปก็จะมี หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ผัดฉ่า - climax มากกกกกกกกก มาจานแรกเลย อู้อ้าสุดๆด้วยหอยตัวใหญ่อวบอูม กินไปตัวละคำพร้อมผัดฉ่าที่รสชาติจัดจ้านกำลังดี เครื่องแกงผัดหอมกลมกล่อม งับหอยเข้าไป บวมๆในปากแล้วฟินสุดๆ!! ต้มยำกุ้งแม่น้ำ - อันนี้ก็อร่อย กุ้งแม่น้ำขนาดกลางให้มาประมาณ 5 ตัว ไม่น้อยนะ น้ำซุปก็ออกแนวเข้มข้น ไม่ใช่ต้มยำำเบาๆอะ ข้นไปทางคลักๆเลยแหละ รุ้สึกอ้วนๆยังไงไม่รุ้ตอนซด เพราะรสหนัก แต่ชอบ 55555 สปาเกตตี้ขี้เมาทะเล - อร่อย ปริมาณพอสมควร ของทะเลเค้าสดดี ปลาหมึกไม่เหม็นเหลวเหมือนซื้อมาแปดชาติที่แล้ว กุ้งกรอบใหญ่ไม่งอเล็กเป็นไส้ติ่งงอก ไม่เผ็ดเกินไป และปรุงรสออกมาได้พอดี ครับ!! สปาเกตตี้คาโบนาร่า - สั่งมันทุกร้าน!! ร้านนี้ไม่บรรยายไรมาก จะบอกว่าไม่ผิดหวัง ผ่าน!! ยำถั่วพลู - เมนูอิตติดร้านชิว ของที่นี่เค้าเน้นน้ำยำเข้มข้นอีกแล้ว คนที่ไม่ชอบอาจจะบอกว่ามันรสเข้มไป แต่ผมชอบครับ มันสะใจดี 555 ส่วนพวกเครื่องดื่มก็ปกติครับ cocktail ที่นี่อร่อย ออกไม่หนักเท่าร้านอื่นๆ แต่สามสี่แล้วก็ knock ได้นะนาย... แนะนำว่าถ้ามาช่วงวันศุกร์ จองไว้ก่อนดีกว่าตามเบอร์ที่ผมพิมพ์ไว้ตรงข้อมูลร้านนะครับ เพราะ demand ค่อนข้างสูง และเดี๋ยวไปเก้อนะเอ้อ!! ที่จอดรถก็ถ้าในร้านเต็ม ก็จิดริมถนนแถวนั้นแหละ มีคุณน้ายามน่ารักคอยดูแลตลอดเว *******สรุปๆ******* สรุปว่าเป็นร้านที่่ไม่รู้จะไปฝากท้องและทำลายตับที่ไหนก็มากันไ้ด้ง่ายๆ พนักงานบริการดี อาหารอร่อย ดนตรีสดร้องเพราะครับ เล่นกับลูกค้าดีด้วย แต่อาจจะเสียงดังไปนิดนึง ถ้านั่งในร้าน ^^ ลองไปดูกันเน้อ ^^→เอาสิ ชื่อร้านอะไรนะ Little Bitch?? ไม่ใช่ Little Bit นะจ๊ะ ที่นี่เค้าคือ Little BITCH! เป็นชื่อที่โฉ่งฉ่างดีมาก 55 ถ้าจะให้แปลเป็นไทยก็คงจะอะไรล่ะ... อีจิ๋ว? อะ ไม่ใช่ละ! ข้ามประเด็นเรื่องชื่อไปก่อนละกัน ร้านนี่้เป็นร้านที่เพื่อนๆพากันขับรถผ่านบ่อยมากกก แต่ก็แค่นั้นจริงๆก่อนหน้านี้ ก็ผ่านแล้วก็เลยไปเลย 55 คือทำเลที่ตั้งมันค่อนข้างจะเป็นอะไรที่คนไม่ทันตั้งตัวจะจอด เพราะเป็นทางเลี้ยวเข้าถนนใหญ่พอดี แต่ด้วยสายตาอันเฉียบคมดั่งดาบกระบี่มังกรหยก และท้องที่โหยหิวดั่งสัมพเวสีของโอม เราก็เลยมาลองร้านนี้กัน!! *******การเิดินทาง******* ตามที่โอมเขียนลงไปในข้อมูลร้านเลย ก็คือถ้ามาจากอนุสาวรีย์ชัย ก็ให้มาทางดินแดง แต่อย่าเตลิดมุดลงอุโมงค์นะจ๊ะ เพราะคุณจะเลย!! ให้ชิดเลยซ้ายๆไว้ แ้ล้วก็ออกไปถนนวิภาวดี ร้านจะอยู่ไม่ใกลจากต้นถนนเลย อย่าเข้าขวา เพราะถ้าเข้าขาวคุณท่านจะต้องใช้ skill แว๊บตัดหน้ารถอีกแสนล้านคันที่ตามมา และคุณคงจะจามแน่ๆเพราะโดนสาปแช่ง ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือ ให้สังเกตุป้ายส้มๆเอาไว้ นั่้่นแหละ!! *******บรรยากาศ******* ร้านนี้เค้าออกแนวนั่งดริ๊งค์กับเพื่อนฝูงกลั้วหูด้วยเพลงจาก DJ และดนตรีสด แต่จะขอบอกว่าอาหารอร่อยเข้าขั้นเลยนะเอ้อ!! จากการมาทานประมาณ 6 ครั้งแล้ว ลองไปเกือบทุกเมนูพึงจะสั่งละ 555 คืออีตัวร้านเนี่ย จะเป็นบ้านปูนสองชั้น แล้วบ้านก็มีสวนไง ทีนี้ก็เลยจะแบ่งออกได้เป็น 2 zone คือ indoor กับ outdoor ใครชอบบรรยากาศสบายๆเป็นสิงอมควันก็นั่งนอกร้านได้ (แนะนำว่าหน้าหนาวน่านั่งมาก) หรือคนชอบแสงสลัวๆและดนตรีสดก็นั่งในตัวบ้านไป (ติดนิดนึงว่าเสียงดนตรีสดดังมาก เม้ากันแทบฟังไม่ไำด้ศัพท์ ไม่สามารถจับไปกระเดียดได้) *******อาหารมาๆๆๆ******* จากที่ใช้สายตาอันเฉียบคมมองเมนูแผ่นใหญ่ของร้านแล้ว พบว่าอาหารเค้าไม่เยอะแยะอะไรนะ แต่ก็มีเมนูที่น่าลองเยอะเหมือนกัน เมนูธรรมดาๆเช่นข้าวไข่เจียว ไปจนถึงขาหมูเยอรมัน เป็นออกแนว fusion foods + อาหารไทยนั่นแหละ ส่วนเครื่องดื่มเค้ามีบริการตั้งแต่น้ำเปล่าจนถึงไวน์ cocktail และเหล้านานาชนิด ซึ่งจะแยกออกมาเป็นอีก 1 แ่ผ่นครับ หลักๆที่เราสั่งกันไปก็จะมี หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ผัดฉ่า - climax มากกกกกกกกก มาจานแรกเลย อู้อ้าสุดๆด้วยหอยตัวใหญ่อวบอูม กินไปตัวละคำพร้อมผัดฉ่าที่รสชาติจัดจ้านกำลังดี เครื่องแกงผัดหอมกลมกล่อม งับหอยเข้าไป บวมๆในปากแล้วฟินสุดๆ!! ต้มยำกุ้งแม่น้ำ - อันนี้ก็อร่อย กุ้งแม่น้ำขนาดกลางให้มาประมาณ 5 ตัว ไม่น้อยนะ น้ำซุปก็ออกแนวเข้มข้น ไม่ใช่ต้มยำำเบาๆอะ ข้นไปทางคลักๆเลยแหละ รุ้สึกอ้วนๆยังไงไม่รุ้ตอนซด เพราะรสหนัก แต่ชอบ 55555 สปาเกตตี้ขี้เมาทะเล - อร่อย ปริมาณพอสมควร ของทะเลเค้าสดดี ปลาหมึกไม่เหม็นเหลวเหมือนซื้อมาแปดชาติที่แล้ว กุ้งกรอบใหญ่ไม่งอเล็กเป็นไส้ติ่งงอก ไม่เผ็ดเกินไป และปรุงรสออกมาได้พอดี ครับ!! สปาเกตตี้คาโบนาร่า - สั่งมันทุกร้าน!! ร้านนี้ไม่บรรยายไรมาก จะบอกว่าไม่ผิดหวัง ผ่าน!! ยำถั่วพลู - เมนูอิตติดร้านชิว ของที่นี่เค้าเน้นน้ำยำเข้มข้นอีกแล้ว คนที่ไม่ชอบอาจจะบอกว่ามันรสเข้มไป แต่ผมชอบครับ มันสะใจดี 555 ส่วนพวกเครื่องดื่มก็ปกติครับ cocktail ที่นี่อร่อย ออกไม่หนักเท่าร้านอื่นๆ แต่สามสี่แล้วก็ knock ได้นะนาย... แนะนำว่าถ้ามาช่วงวันศุกร์ จองไว้ก่อนดีกว่าตามเบอร์ที่ผมพิมพ์ไว้ตรงข้อมูลร้านนะครับ เพราะ demand ค่อนข้างสูง และเดี๋ยวไปเก้อนะเอ้อ!! ที่จอดรถก็ถ้าในร้านเต็ม ก็จิดริมถนนแถวนั้นแหละ มีคุณน้ายามน่ารักคอยดูแลตลอดเว *******สรุปๆ******* สรุปว่าเป็นร้านที่ไม่รู้จะไปฝากท้องและทำลายตับที่ไหนก็มากันไ้ด้ง่ายๆ พนักงานบริการดี อาหารอร่อย ดนตรีสดร้องเพราะครับ เล่นกับลูกค้าดีด้วย แต่อาจจะเสียงดังไปนิดนึง ถ้านั่งในร้าน ^^ ลองไปดูกันเน้อ ^^ |
| review | fix_repeated_chars ลดการซ้ำอักขระที่เกิน 3 ตัว (เช่น 55555 → 555, ๆๆๆ → ๆ) | 915 | ร้านอาหารใหญ่มากกกกกกก เลี้ยวเข้ามาเจอห้องน้ำก่อนเลย เออแปลกดี ห้องทานหลักๆอยู่ชั้น 2 มีกาแฟ น้ำผึ้ง ซึ่งก็แค่เอาน้ำผึ้งมาราด แพงเวอร์ อย่าสั่งเลย ลาบไข่ต้ม ไข่มันคาวอะ เลยไม่ประทับใจเท่าไหร่ ทอดมันหัวปลีกรอบอร่อยต้องเบิ้ล พะแนงห่อไข่อร่อยดี เห้ยแต่ราคา 150บาทมันเกินไปนะ รับไม่ไหวว เลิกกินแล้วมีขนมหวานให้กินฟรีเล็กน้อย )ขนมไทย) คงไม่ไปซ้ำ แพงเกิน→ร้านอาหารใหญ่มากกก เลี้ยวเข้ามาเจอห้องน้ำก่อนเลย เออแปลกดี ห้องทานหลักๆอยู่ชั้น 2 มีกาแฟ น้ำผึ้ง ซึ่งก็แค่เอาน้ำผึ้งมาราด แพงเวอร์ อย่าสั่งเลย ลาบไข่ต้ม ไข่มันคาวอะ เลยไม่ประทับใจเท่าไหร่ ทอดมันหัวปลีกรอบอร่อยต้องเบิ้ล พะแนงห่อไข่อร่อยดี เห้ยแต่ราคา 150บาทมันเกินไปนะ รับไม่ไหวว เลิกกินแล้วมีขนมหวานให้กินฟรีเล็กน้อย )ขนมไทย) คงไม่ไปซ้ำ แพงเกินวันนี้ได้มีโอกาสไปนั่งซดกาแฟที่ร้านวาวี แถวๆอารีย์ ก็ได้ยินมาบ่อยๆละ จากหลายที่ แต่ที่บ่อยสุดก็จาก Twitter ว่ากาแฟที่นี่อร่อยมากกกกกกก เรียกว่าระดับแฟนๆ Starbuck ยังต้องเหลียวมามอง ก็ดองมานานจนถึงวันนี้โอกาสเหมาะ ไป present งานที่ตึก Software Park เสร็จก็เลยมาหาไรกินแถวนี้พอดี จัดไป..... บรรยากาศรอบๆร้านก็แต่งได้น่านั่ง อารมณ์ประมาณว่าอยู่ในสวนบ้านเราเอง ต้นไม้เยอะดี อย่างน้อยก็เป็นสีเขียวเล็กๆ ในใจกลางเมืองได้ละ เขียวชอุ่ม ว่าแล้วไม่รอช้าขอ Test ไม่สิ Taste เลยดีกว่าเดินเข้าร้านทันใด ป้าบบ... "พี่คับ เอา...ลาเต้ ร้อนแก้วนึงคับ" ว่างๆ มานั่งจิบกาแฟ ฟังเพลง พักผ่อนได้ดีทีเดียว จ่ายตังเสร็จ ก็ถูกพนักงานอัญเชิญไปรอที่โต๊ะ 55+ เพราะที่นี่เขาเสริฟให้ถึงที่ หุๆ ก็เลือกที่นั่งริมกระจก จะได้เห็นสาวๆ เอ้ย วิวถนัดๆหน่อย นั่งชมวิวรอกาแฟมา ไม่นานเกินอึดใจ ไวไวยังไม่ทันสุก ลาเต้ร้อนๆก็มาวางอยู่ข้างหน้า ซู้ดดดดดดด อ่าห์ ชำเลืองตามองลงไป....โอ้วว ที่นี่มีเล่นลายฟองนมด้วยเว้ยยย แต่พอดีด้วยความตะกละไปนิดดันฉีกน้ำตาลเทใส่แล้วเผลอคน ก็เลยไม่ได้ ถ่ายรูปมาให้ดู 55+ เหลือแต่ซากอารยธรรมลาเต้เมพๆ หน้าตาผ่าน ที่นี่ก็รสชาติ 1...2.....ชู้ดดดดดดด เฮ้ยยย นี่มัน....เมพพพพ ถึงเราจะไม่ค่อยรู้เรื่องกาแฟมากนัก แต่เท่าที่เคยลองชิมๆ มา รสชาติและกลิ่นมันไม่ธรรมดาเลย หอมๆ ถือว่าเป็นมวยรุ่นเดียวกะ Starbuck ได้ เมนูอื่นๆ ลองชิม Coco ปั่น ของเพื่อนก็แหล่มไม่แพ้กัน วิปครีมหวานมัน โกโก้ก็หอม ส่วนเพื่อนอีกคนสั่งน้ำส้มกะเค้กช็อกโกแลตมันก็บอกว่าแจ่ม ...... สรุปก็คือ บรรยากาศก็ดี บริการก็ดี กาแฟอร่อย ราคาไม่แพง(แต่กินบ่อยก็จุกได้) ถ้าครายผ่านแถวอารีย์มากินเหอะ ซอยไรจำไม่ได้รู้แต่อยู่ตรงข้าม Villa ตรง BS อารีย์เลยอะ 55+ ถ่ายโดย : Tan กล้อง : ซัมซวย Omnia i900 (สีภาพถึงได้ไม่ค่อยสวยเท่าไหร)→วันนี้ได้มีโอกาสไปนั่งซดกาแฟที่ร้านวาวี แถวๆอารีย์ ก็ได้ยินมาบ่อยๆละ จากหลายที่ แต่ที่บ่อยสุดก็จาก Twitter ว่ากาแฟที่นี่อร่อยมากกก เรียกว่าระดับแฟนๆ Starbuck ยังต้องเหลียวมามอง ก็ดองมานานจนถึงวันนี้โอกาสเหมาะ ไป present งานที่ตึก Software Park เสร็จก็เลยมาหาไรกินแถวนี้พอดี จัดไป... บรรยากาศรอบๆร้านก็แต่งได้น่านั่ง อารมณ์ประมาณว่าอยู่ในสวนบ้านเราเอง ต้นไม้เยอะดี อย่างน้อยก็เป็นสีเขียวเล็กๆ ในใจกลางเมืองได้ละ เขียวชอุ่ม ว่าแล้วไม่รอช้าขอ Test ไม่สิ Taste เลยดีกว่าเดินเข้าร้านทันใด ป้าบบ... "พี่คับ เอา...ลาเต้ ร้อนแก้วนึงคับ" ว่างๆ มานั่งจิบกาแฟ ฟังเพลง พักผ่อนได้ดีทีเดียว จ่ายตังเสร็จ ก็ถูกพนักงานอัญเชิญไปรอที่โต๊ะ 55+ เพราะที่นี่เขาเสริฟให้ถึงที่ หุๆ ก็เลือกที่นั่งริมกระจก จะได้เห็นสาวๆ เอ้ย วิวถนัดๆหน่อย นั่งชมวิวรอกาแฟมา ไม่นานเกินอึดใจ ไวไวยังไม่ทันสุก ลาเต้ร้อนๆก็มาวางอยู่ข้างหน้า ซู้ดดด อ่าห์ ชำเลืองตามองลงไป...โอ้วว ที่นี่มีเล่นลายฟองนมด้วยเว้ยยย แต่พอดีด้วยความตะกละไปนิดดันฉีกน้ำตาลเทใส่แล้วเผลอคน ก็เลยไม่ได้ ถ่ายรูปมาให้ดู 55+ เหลือแต่ซากอารยธรรมลาเต้เมพๆ หน้าตาผ่าน ที่นี่ก็รสชาติ 1...2...ชู้ดดด เฮ้ยยย นี่มัน...เมพพพ ถึงเราจะไม่ค่อยรู้เรื่องกาแฟมากนัก แต่เท่าที่เคยลองชิมๆ มา รสชาติและกลิ่นมันไม่ธรรมดาเลย หอมๆ ถือว่าเป็นมวยรุ่นเดียวกะ Starbuck ได้ เมนูอื่นๆ ลองชิม Coco ปั่น ของเพื่อนก็แหล่มไม่แพ้กัน วิปครีมหวานมัน โกโก้ก็หอม ส่วนเพื่อนอีกคนสั่งน้ำส้มกะเค้กช็อกโกแลตมันก็บอกว่าแจ่ม ... สรุปก็คือ บรรยากาศก็ดี บริการก็ดี กาแฟอร่อย ราคาไม่แพง(แต่กินบ่อยก็จุกได้) ถ้าครายผ่านแถวอารีย์มากินเหอะ ซอยไรจำไม่ได้รู้แต่อยู่ตรงข้าม Villa ตรง BS อารีย์เลยอะ 55+ ถ่ายโดย : Tan กล้อง : ซัมซวย Omnia i900 (สีภาพถึงได้ไม่ค่อยสวยเท่าไหร)เมื่อวันก่อนไปเดินเล่น แบบชิวๆๆ ที่สยามสแควร์แหล่งรวมของวัยรุ่น แน่นอนอยู่แล้ว เมื่อไปถึงสยามทั้งทีก็ยังคงไม่ลืมหาของกินสุดชิคและเก๋มาฝากเพื่อน ๆ ชาววงในให้ได้ไปลองกัน โดยร้านที่ผู้เขียนจะแนะนำวันนี้ คือ ร้านชานมไข่มุก "Dasaki" อยู่ตรงข้ามกับวัตสัน จุดเด่นสำหรับร้านนี้คือสีเหลืองสว่างของร้านทำให้เป็นที่เตะตาต้องใจของผู้ที่เดินผ่านไปผ่านมาให้เห็นได้ชัด โดยถ้ามองทั่ว ๆ ไปแล้วนั้นก็จะเหมือนกับร้านชานมไข่มุกธรรมดา แต่วันนี้เมนูที่ผู้เขียนเห็นแล้วว่าเด็ดจริง ๆ ชิคสุด ๆ คือ "ชานมพุดดิ้ง" ที่ผู้เขียนบอกได้คำเดียวว่า เริ่ดมาก ถ้าเพื่อน ๆ ชาววงในคนไหนได้ผ่านไปแถวสยามก็อย่าลืมแวะไปลองทานกันนะค่ะ เดี๋ยวเค้าจะหาว่ามาไม่ถึงสยาม !!!→เมื่อวันก่อนไปเดินเล่น แบบชิวๆ ที่สยามสแควร์แหล่งรวมของวัยรุ่น แน่นอนอยู่แล้ว เมื่อไปถึงสยามทั้งทีก็ยังคงไม่ลืมหาของกินสุดชิคและเก๋มาฝากเพื่อน ๆ ชาววงในให้ได้ไปลองกัน โดยร้านที่ผู้เขียนจะแนะนำวันนี้ คือ ร้านชานมไข่มุก "Dasaki" อยู่ตรงข้ามกับวัตสัน จุดเด่นสำหรับร้านนี้คือสีเหลืองสว่างของร้านทำให้เป็นที่เตะตาต้องใจของผู้ที่เดินผ่านไปผ่านมาให้เห็นได้ชัด โดยถ้ามองทั่ว ๆ ไปแล้วนั้นก็จะเหมือนกับร้านชานมไข่มุกธรรมดา แต่วันนี้เมนูที่ผู้เขียนเห็นแล้วว่าเด็ดจริง ๆ ชิคสุด ๆ คือ "ชานมพุดดิ้ง" ที่ผู้เขียนบอกได้คำเดียวว่า เริ่ดมาก ถ้าเพื่อน ๆ ชาววงในคนไหนได้ผ่านไปแถวสยามก็อย่าลืมแวะไปลองทานกันนะค่ะ เดี๋ยวเค้าจะหาว่ามาไม่ถึงสยาม !!!เคยไปทานที่ Villa มา คนเยอะมากกกกก รอคิวนานประมาณเกือบชั่วโมง แต่ว่า....คุ้มค่าเวลารอค่ะ อร่อยมากๆ เครปเค๊กอร่อยสุดๆ พวก Toast ก็อร่อยค่ะ ขนมปังกรอบๆร้อนๆ กินกับไอติมเย็นๆ เข้ากันได้แบบลงตัวค่ะ ^^ แต่ก็แนะนำให้ไปกันสัก 3-4 คนนะคะ เพราะว่าทานกัน 2 คนเลี่ยนมากก 55555 ต้องไปกันเยอะๆแย่งกันกิน สั่งหลายๆอย่างมาลองค่ะ→เคยไปทานที่ Villa มา คนเยอะมากกก รอคิวนานประมาณเกือบชั่วโมง แต่ว่า...คุ้มค่าเวลารอค่ะ อร่อยมากๆ เครปเค๊กอร่อยสุดๆ พวก Toast ก็อร่อยค่ะ ขนมปังกรอบๆร้อนๆ กินกับไอติมเย็นๆ เข้ากันได้แบบลงตัวค่ะ ^^ แต่ก็แนะนำให้ไปกันสัก 3-4 คนนะคะ เพราะว่าทานกัน 2 คนเลี่ยนมากก 555 ต้องไปกันเยอะๆแย่งกันกิน สั่งหลายๆอย่างมาลองค่ะก้ำกึ่งระหว่าง 4 ดาวกับ 5 ดาว แต่ถ้าเทียบกับร้านอื่นๆใน category ชานมไข่มุกเหมือนกัน เหมือนว่าร้านนี้จะเป็นอันดับหนี่ง ก็ต้อง 5 ดาวเท่านั้นล่ะครับ ชานมไข่มุกที่นี่รสชาตินุ่มนวล น้ำแข็งไม่เยอะ ทำให้ดูด "สลุต" ไข่มุกง่าย (นึกภาพเวลาดูดแล้วไข่มันขึ้นมาเยอะๆจะดัง ผลุดๆๆ เหมือนใครยิง M16 เข้าปาก) กินแล้วสนุกปากมาก และไม่หวานจนเกินไป วันก่อนกินชาพุดดิ้งนมตามรีวิวคุณ Pattreeya ข้างล่าง แล้วก็ไม่ผิดหวังเหมือนกัน ชามะลินมใส่พุดดิ้ง ชามะลิยิ่งหอม พอ shake กับนมและพุดดิ้งรสนม เวลาเข้าไปในปากแล้ว texture มันนุ่มลิ้นเหมือนอยู่บนปุยเมฆเลยทีเดียว สุขครับ ขายแพงกว่าเจ้าอื่นหน่อยแต่คุณภาพโดยรวมดีกว่า พนักงานก็ดี อ้อ ร้านนี้่เค้าต้องมี step ในการเจาะหลอดที่ทั้งตลกและน่ารำคาญในเวลาเดียวกันด้วย ต้องทำทุกแก้ว ขำๆเสียเวลาดี→ก้ำกึ่งระหว่าง 4 ดาวกับ 5 ดาว แต่ถ้าเทียบกับร้านอื่นๆใน category ชานมไข่มุกเหมือนกัน เหมือนว่าร้านนี้จะเป็นอันดับหนี่ง ก็ต้อง 5 ดาวเท่านั้นล่ะครับ ชานมไข่มุกที่นี่รสชาตินุ่มนวล น้ำแข็งไม่เยอะ ทำให้ดูด "สลุต" ไข่มุกง่าย (นึกภาพเวลาดูดแล้วไข่มันขึ้นมาเยอะๆจะดัง ผลุดๆ เหมือนใครยิง M16 เข้าปาก) กินแล้วสนุกปากมาก และไม่หวานจนเกินไป วันก่อนกินชาพุดดิ้งนมตามรีวิวคุณ Pattreeya ข้างล่าง แล้วก็ไม่ผิดหวังเหมือนกัน ชามะลินมใส่พุดดิ้ง ชามะลิยิ่งหอม พอ shake กับนมและพุดดิ้งรสนม เวลาเข้าไปในปากแล้ว texture มันนุ่มลิ้นเหมือนอยู่บนปุยเมฆเลยทีเดียว สุขครับ ขายแพงกว่าเจ้าอื่นหน่อยแต่คุณภาพโดยรวมดีกว่า พนักงานก็ดี อ้อ ร้านนี้่เค้าต้องมี step ในการเจาะหลอดที่ทั้งตลกและน่ารำคาญในเวลาเดียวกันด้วย ต้องทำทุกแก้ว ขำๆเสียเวลาดี |
| review | normalize_thai_numerals แปลงเลขไทยเป็นเลขอารบิก (๐๑๒๓ → 0123) | 20 | ร้านอเมซอนร้านนี้ ตั้งอยู่ภายในปั้ม ปตท.(แต่เดิมเป็นปั้ม Jet) สถานที่ตั้งร้านแต่เดิมเป็นร้านบ้านไร่กาแฟ ซึ่งตอนนั้นผมเองก็นั้งทานบ่อยครับ อาจจะชอบความเข้มข้นของกาแฟ แต่เสียดายวันนี้บ้านไร่กาแฟ หาทานยาก ถ้าเทียบราคาแล้วอาจจะถือว่าแพง ที่ผมเคยทานกาแฟปักษ์ใต้ แก้วละ ๘๐ บาท แต่ถ้าเทียบกับรสชาติที่เข้ม หวาน มัน ตามสไตร์ทที่ผมชอบดื่ม สำหรับผมถือว่าไม่แพง แต่เสียดายกับแฟรนด์ไซด์ไทยๆ ที่ไม่สามารถสู้แฟรนด์ไซด์ยักษ์ใหญ่ที่มีธุรกิจเกื้อหนุนกันอยู่ แลพผูกขาดกันเป็นกลุ่มก้อน และมีหุ้นรวมตัวกันเองเป็นกลุ่มก้อน กาแฟอเมซอนที่นี้ รสชาติคงเส้นคงวา การบริการก็คงเส้นคงวา เจ้าของที่ซื้อแฟรนด์ไซด์มาก็ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว แต่เข้าใจในงานบริการได้ดีครับ จริงๆ กาแฟอเมซอนใกล้บ้านที่อยู่ภายในปั้ม ปตท. มีครับ ห่างจากบ้านไม่เกิน ๒๐๐ เมตร แต่บริการแย่มากๆ พูดจาก็...ไม่อยากใช้คำหยาบเลยจริงๆ แต่ถ้า้ป็นพนักงานผู้ชายผมคงต่อยหน้าแหกไปแล้ว ผมมาให้บริการที่นี้ห่างจากบ้านร่วม ๒ โล และต้องขับรถมา ในขณะอีกที่ผมปั่นจักรยานมาก็ได้ สำหรับที่นี้ต้องมาซ้ำ มาบ่อย สำหรับท่านที่เดินทางผ่านมาทางนี้ อยากดื่มกาแฟก็แนะนำที่นี้ครับ เติมน้ำมัน เข้าห้องน้ำ แวะซื้อติดรถ หรือนั้งดื่มก็โอเคนะครับ.→ร้านอเมซอนร้านนี้ ตั้งอยู่ภายในปั้ม ปตท.(แต่เดิมเป็นปั้ม Jet) สถานที่ตั้งร้านแต่เดิมเป็นร้านบ้านไร่กาแฟ ซึ่งตอนนั้นผมเองก็นั้งทานบ่อยครับ อาจจะชอบความเข้มข้นของกาแฟ แต่เสียดายวันนี้บ้านไร่กาแฟ หาทานยาก ถ้าเทียบราคาแล้วอาจจะถือว่าแพง ที่ผมเคยทานกาแฟปักษ์ใต้ แก้วละ 80 บาท แต่ถ้าเทียบกับรสชาติที่เข้ม หวาน มัน ตามสไตร์ทที่ผมชอบดื่ม สำหรับผมถือว่าไม่แพง แต่เสียดายกับแฟรนด์ไซด์ไทยๆ ที่ไม่สามารถสู้แฟรนด์ไซด์ยักษ์ใหญ่ที่มีธุรกิจเกื้อหนุนกันอยู่ แลพผูกขาดกันเป็นกลุ่มก้อน และมีหุ้นรวมตัวกันเองเป็นกลุ่มก้อน กาแฟอเมซอนที่นี้ รสชาติคงเส้นคงวา การบริการก็คงเส้นคงวา เจ้าของที่ซื้อแฟรนด์ไซด์มาก็ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว แต่เข้าใจในงานบริการได้ดีครับ จริงๆ กาแฟอเมซอนใกล้บ้านที่อยู่ภายในปั้ม ปตท. มีครับ ห่างจากบ้านไม่เกิน 200 เมตร แต่บริการแย่มากๆ พูดจาก็...ไม่อยากใช้คำหยาบเลยจริงๆ แต่ถ้า้ป็นพนักงานผู้ชายผมคงต่อยหน้าแหกไปแล้ว ผมมาให้บริการที่นี้ห่างจากบ้านร่วม 2 โล และต้องขับรถมา ในขณะอีกที่ผมปั่นจักรยานมาก็ได้ สำหรับที่นี้ต้องมาซ้ำ มาบ่อย สำหรับท่านที่เดินทางผ่านมาทางนี้ อยากดื่มกาแฟก็แนะนำที่นี้ครับ เติมน้ำมัน เข้าห้องน้ำ แวะซื้อติดรถ หรือนั้งดื่มก็โอเคนะครับ.ถ้ามาถึงจันทบุรี คงต้องมาชิมอาหารพื้นเมืองกันบ้าง แต่ เอ๊ะ!! ร้านไหนดีน้า คงต้องยก Credit ให้กับพนักงานต้อนรับ @KP Grand เค้าแนะนำร้านนี้มาให้กับคนกรุงอย่างเรา มาลองกับเมนูแรก "ต้มยำ พศ.๒๔๖๒" (กระเพาะหมู@กระดูกอ่อน ต้มกับผักกาดดอง) ถัดไปก็ "ผัดไก่บ้านกระวาน" (คล้ายๆกับผัดขี้เมาแต่ก็ไม่เชิง กลมกล่อมด้วยเครื่องเทศ) มาเมนูสุดท้ายของมื้อนี้ ถ้าไม่สั่งคงไม่ถึงจัน "หมูชะมวง" สำหรับคนชอบรสหวานหน่อยนะ แต่สำหรับเราไม่ชอบ แต่ยังโอเคเรยยย→ถ้ามาถึงจันทบุรี คงต้องมาชิมอาหารพื้นเมืองกันบ้าง แต่ เอ๊ะ!! ร้านไหนดีน้า คงต้องยก Credit ให้กับพนักงานต้อนรับ @KP Grand เค้าแนะนำร้านนี้มาให้กับคนกรุงอย่างเรา มาลองกับเมนูแรก "ต้มยำ พศ.2462" (กระเพาะหมู@กระดูกอ่อน ต้มกับผักกาดดอง) ถัดไปก็ "ผัดไก่บ้านกระวาน" (คล้ายๆกับผัดขี้เมาแต่ก็ไม่เชิง กลมกล่อมด้วยเครื่องเทศ) มาเมนูสุดท้ายของมื้อนี้ ถ้าไม่สั่งคงไม่ถึงจัน "หมูชะมวง" สำหรับคนชอบรสหวานหน่อยนะ แต่สำหรับเราไม่ชอบ แต่ยังโอเคเรยยยประจักษ์ ร้านชื้อดังในย่านบางรัก อาหารขึ้นชื้อของที่ร้านเป็นเป็ดย่างประจักษ์ ที่ขึ้นชื่อมาก ร้านจะอยู่ตรงข้ามกับห้างโรบินสันบางรัก ร้านค๔หาเดียวคนจะเยอะตลอด มี่2ชั้น ทีร้านจะมีทั้งข้าวหน้าเป็ด ข้าวหมูแดงหมูกรอบหรืออาหารตามสั้งที่อร่ยไม่แพ้กันคะ วันนี้ทานเป็นข้าวเฉโป ที่รวมทั้งหมูแดง หมูกรอบ เป็ดย่างและมีพวกเครื่องเคียงต่างๆอีก ข้าวรสชาติอร่อยเป็ดย่างเนื้อตรงส่วนหนังอร่อยกรอบหอมกลิ่นย่างๆยิดๆส่วนหมูแดงหมูกรอบไม่มันจนเกินไป น้ำราดก็รสชาติกลมกล่อม อีกเมนูเป็นเกี๊ยวแห้งหมูกรอบ เกี๊ยวห่อด้วยหมูสับรสชาติอร่อยๆ หมูกรอบ ชิ้นไม่ใหญ่จนเกินไปข้างบนกรอบๆเคี้ยวเพลินดีคะ ที่ร้านจะบริการรวดเร็วดีคะ เพราะว่าพนักงานที่รา้นจะมีเยอะ อาหารสั่งรอไม่นาน→ประจักษ์ ร้านชื้อดังในย่านบางรัก อาหารขึ้นชื้อของที่ร้านเป็นเป็ดย่างประจักษ์ ที่ขึ้นชื่อมาก ร้านจะอยู่ตรงข้ามกับห้างโรบินสันบางรัก ร้านค4หาเดียวคนจะเยอะตลอด มี่2ชั้น ทีร้านจะมีทั้งข้าวหน้าเป็ด ข้าวหมูแดงหมูกรอบหรืออาหารตามสั้งที่อร่ยไม่แพ้กันคะ วันนี้ทานเป็นข้าวเฉโป ที่รวมทั้งหมูแดง หมูกรอบ เป็ดย่างและมีพวกเครื่องเคียงต่างๆอีก ข้าวรสชาติอร่อยเป็ดย่างเนื้อตรงส่วนหนังอร่อยกรอบหอมกลิ่นย่างๆยิดๆส่วนหมูแดงหมูกรอบไม่มันจนเกินไป น้ำราดก็รสชาติกลมกล่อม อีกเมนูเป็นเกี๊ยวแห้งหมูกรอบ เกี๊ยวห่อด้วยหมูสับรสชาติอร่อยๆ หมูกรอบ ชิ้นไม่ใหญ่จนเกินไปข้างบนกรอบๆเคี้ยวเพลินดีคะ ที่ร้านจะบริการรวดเร็วดีคะ เพราะว่าพนักงานที่รา้นจะมีเยอะ อาหารสั่งรอไม่นานแวะมาลองร้านข้าวต้ม ตี5 หรือ north east กันนะคะ ร้านอยู่ตรงศาลาแดงซอย๑ ใกล้ตึก อือจือเหลี่ยง(เขียนถูกมั้ยไม่แน่ใจ่ค่ะ แฮะๆ) อาหารรสชาติดี เหมาะจะทานเป็นมื้อเย็นแบบง่ายกับครอบครัวค่ะ ราคาปานกลางไม่สูงจนเกินไปร้านมีโซนแอร์และแบบด้านนอกค่ะ เราขี้ร้อนมาก เลยเลือกห้องแอร์ค่ะ ป่ะดูรูปอาหารกันค่า→แวะมาลองร้านข้าวต้ม ตี5 หรือ north east กันนะคะ ร้านอยู่ตรงศาลาแดงซอย1 ใกล้ตึก อือจือเหลี่ยง(เขียนถูกมั้ยไม่แน่ใจ่ค่ะ แฮะๆ) อาหารรสชาติดี เหมาะจะทานเป็นมื้อเย็นแบบง่ายกับครอบครัวค่ะ ราคาปานกลางไม่สูงจนเกินไปร้านมีโซนแอร์และแบบด้านนอกค่ะ เราขี้ร้อนมาก เลยเลือกห้องแอร์ค่ะ ป่ะดูรูปอาหารกันค่าร้านที่ข้าพเจ้าจะมาแนะนำวันนี้เป็นร้านลับแลเพราะไม่ได้ติดถนนใหญ่หาค่อนข้างเอาเรื่อง (แต่คงไม่ยากเกินกำลังนักชิม) แต่รสชาตินี่ขอบอกว่าสวดยอดดด นั่นคือร้าน smith & rabbit ครับ ก่อนลงเรื่องอาหารมาพูดเรื่องตำแหน่งกันก่อน ตั้งอยู่ที่ ๓๒๒ เทศบาลรังสรรค์เหนือ ๓๖ ประชานิเวศน์ ๑ (ใกล้ ส.น.ประชาชื่น) เข้าได้ทั้งจากทางประชาชื่น และประชานิเวศน์ (ตลาดบอง มาเช่) อยู่ในซอย ๓๖ หลังสน. ประชาชื่น ขับไปตามทางจะเจอป้ายบอกเลี้ยวเข้าซอยนั้นเลยครับ คอนเสปร้านนี้เขียนตัวเป้งๆ ตรงป้ายชี้เข้าซอยเลยครับว่า "ครัวในบ้าน ร้านในสวน ชวนมาชิม” อุวะ น่าสนใจเว้ย ร้านในสวน พอมาถึงจะเจอร้านที่ดูภายนอกเล็กๆ ครับแต่พอเข้าไปก็กว้างเอาเรื่อง โดยด้านหน้าจะมีเมนูแนะนำเขียนเด่นบนกระดานดำขนาดใหญ่ เอาล่ะคอนเสปการรีวิวของผมคือ แดกแบบไม่ตั้งตัว สั่งมั่วๆ ไม่สนใจอะไร ฉะนั้นเมนูที่จะสั่งคือเมนูที่ผมอยากกินนะครับ จึงขอแจ้งไว้เพื่อทราบ ตอนแรกเห็นสวนน้อยๆ ในร้านบรรยากาศน่านั่งอย่างรุนแรง แต่อากาศในตอนนั้นร้อนตับแหก จึงเข้าไปนั่งในห้องแอร์ซะดีกว่า มาทราบอีกทีว่าร้านนี้หากไม่จองหมดสิทธิ์นั่งห้องแอร์นะยะ โอ้ว ฟลุคจริงๆ เมื่อเข้าไปนั่งปุ๊บพนักงานก็ส่งเมนูให้ปั๊บ ตัวเมนูสวยงามดังรูปน่าเปิดเชียว ด้านเมนูเก่าจะเป็นตัวอักษรแต่อาหารมาใหม่จะอยู่ท้ายเมนูมีรูปก็เข้าใจทำดี อาหารไม่ช้าไม่นานกำลังดีก็เสริฟโดยเมนูออเดิร์ฟคือ เห็ดทอดน้ำปลาครับ เมนูนี้นำเห็ดที่หมักหรือแช่น้ำปลาเอาไว้ระยะเวลาหนึ่งจากนั้นนำมาฉีกเป็นเส้นๆ จึงนำไปทอด จิ้มกับซอสพริก รสชาติกรอบแต่พอเคี้ยวเสือกนุ่มลิ้น อร่อยมวก ผมลองเอาไปทำที่บ้านแล้วไม่ได้อย่างเค้าแฮะ สงสัยแช่น้ำปลานานไปหน่อยเค็มฉิบหาย ๕๕๕ เมนูต่อมาสั่งเพราะชื่อเลยครับกับ พบรักที่ต่างแดน พอมาเสริฟโผล่มาเป็นเบคอนพันแหนม รู้ความเป็นมาโดยไม่ต้องถามเจ้าของเลยว่า ชื่อพบรักที่ต่างแดน ฝรั่งคือเบคอนไทยคือแหนมพอเอามาพันกันแล้วทอดจึงมาเป็นพบรักที่ต่างแดนซะ ๕๕๕ รสชาติดีใช้ได้จิ้มกับซอสพริกพอกล้อมแกล้มครับ หากไปร้านไหนเจอเมนูนี้ผมสั่งตลอดเลยกับ หอยลายอบเนย + ขนมปังกระเทียม หอยลายอบเนยกลิ่นไม่โชยเท่าไหร่เพราะเมนูนี้กลิ่นต้องถึงแต่ชอบตรงให้หอยเยอะดีกินแล้วสะใจมวก ด้านขนมปังกระเทียมทำไดเดีครับ แต่ตรงขนมปังนี่กระเทียมแห้งติดขนมปังไปหน่อยไม่ฉ่ำ กินแล้วเศษขนมปังมันจะฉีก หากใส่กระเทียมเยอะๆ หน้าฉ่ำๆ จะให้ ๑๐ กระโหลกเลยน่าเสียด ถึงอาหารจานหลักแล้วผมสั่งเป็นข้าวผัดกากหมู + หมูแดดเดียว เมื่อจานหลักเสริฟลงแอบฟิดหวังนิดๆ เพราะมันคือ ข้าวผัดกากหมูจริงๆ เลยเสริฟพร้อมหมูแดดเดียวอีก ๕ ชิ้น ตกแต่งด้วยผักสวยงาม แต่พอเข้าปากก็ต้องตกใจเพราะมันหอม หอมกลิ่นสมุนไพร ทำได้ไงวะห่าแค่ผักข้าวกะกากหมู พอมาเขี่ยๆก็เจอโหระภาเล็กๆกับผักสมุนไพรเล็กๆ ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่น่าสนใจครับ ระหว่างทานอาหารเจอคนรู้จักซึ่งมาทานร้านนี้ประจำ เลยคุยกัยถึงรู้ว่าร้านนี้มีอาหารนอกเมนูด้วยนะ ว๊ะ จะเท่ห์ไปถึงไหนมึงถึงขั้นมีอาหารนอกเมนูด้วยโว้ยจะเป็นอะไรรอเมนูสุดท้ายครับเพราะผมดันสั่งของหวานไปแล้ว ของหวานตบตูด เต้าฮวยพีชคอกเทล เต้าฮวยขาวเนียนนุ่มลิ้นโปะด้วยพีชฝานบางๆ เสริฟมาพร้อมกับฟลุตสลัดเล็กๆ จานนี้เหมือนจานล้างปากได้ดี ไม่มีอะไรพิเศษนอกจากลูกพีชที่ฝานมาบางได้ที่ เอาละมาถึงเมนูลึกลับครับนั่นคือ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์อบชีส เมนูนี้เด็ดมากสมกับไม่มีในเมนู (ยังไงวะ) หอยแมลงภู่ตัวบักควายฉ่ำไปด้วยชีสอบเต็มตัวหอย กลิ่นหอยถีบจมูก พอเอาส้อมจิ้มน้ำหอยกระฉูด รสชาติชีสเข้มข้นสมกับที่รอนานมากกับเมนูนี้ ใครไปกินแนะนำให้สั่งเมนูนี้ก่อนเลยไม่งั้นมีเซ็งเพราะของอร่อยต้องอดทนรอครับ ๕๕๕ อัพเดท (๙ ธ.ค.๕๕) คราวที่แล้วชิมไปอร่อยประทับใจมาก แต่ปัจจุบันหอนแมงภู่จานนี้ถูกขึ้นเป็นเมนูหลักแล้วพอสั่งมากิน ปรากฎว่า ได้เร็วขึ้นมากแต่รสชาตินี่เข้าขั้นเหี้ยเลยครับ เหี้ยจริงๆ มีกลิ่้นคาว ชีวเหม็น ความหวานที่เคยพอไม่มี มาเจอแต่ความเปรี้ยวคล้ายหอยเน่า ทำเอาเสียความรู้สึกไปเลย จริงๆ ที่มาทานวันนี้กะจะรีวิวดีๆ แต่มาเจอจานโปรดรสชาติเยี่ยงนี้เหมือนโดนเมียไปคบชู้ หักหลังกันจะจะจ น่าเสียดาย→ร้านที่ข้าพเจ้าจะมาแนะนำวันนี้เป็นร้านลับแลเพราะไม่ได้ติดถนนใหญ่หาค่อนข้างเอาเรื่อง (แต่คงไม่ยากเกินกำลังนักชิม) แต่รสชาตินี่ขอบอกว่าสวดยอดดด นั่นคือร้าน smith & rabbit ครับ ก่อนลงเรื่องอาหารมาพูดเรื่องตำแหน่งกันก่อน ตั้งอยู่ที่ 322 เทศบาลรังสรรค์เหนือ 36 ประชานิเวศน์ 1 (ใกล้ ส.น.ประชาชื่น) เข้าได้ทั้งจากทางประชาชื่น และประชานิเวศน์ (ตลาดบอง มาเช่) อยู่ในซอย 36 หลังสน. ประชาชื่น ขับไปตามทางจะเจอป้ายบอกเลี้ยวเข้าซอยนั้นเลยครับ คอนเสปร้านนี้เขียนตัวเป้งๆ ตรงป้ายชี้เข้าซอยเลยครับว่า "ครัวในบ้าน ร้านในสวน ชวนมาชิม” อุวะ น่าสนใจเว้ย ร้านในสวน พอมาถึงจะเจอร้านที่ดูภายนอกเล็กๆ ครับแต่พอเข้าไปก็กว้างเอาเรื่อง โดยด้านหน้าจะมีเมนูแนะนำเขียนเด่นบนกระดานดำขนาดใหญ่ เอาล่ะคอนเสปการรีวิวของผมคือ แดกแบบไม่ตั้งตัว สั่งมั่วๆ ไม่สนใจอะไร ฉะนั้นเมนูที่จะสั่งคือเมนูที่ผมอยากกินนะครับ จึงขอแจ้งไว้เพื่อทราบ ตอนแรกเห็นสวนน้อยๆ ในร้านบรรยากาศน่านั่งอย่างรุนแรง แต่อากาศในตอนนั้นร้อนตับแหก จึงเข้าไปนั่งในห้องแอร์ซะดีกว่า มาทราบอีกทีว่าร้านนี้หากไม่จองหมดสิทธิ์นั่งห้องแอร์นะยะ โอ้ว ฟลุคจริงๆ เมื่อเข้าไปนั่งปุ๊บพนักงานก็ส่งเมนูให้ปั๊บ ตัวเมนูสวยงามดังรูปน่าเปิดเชียว ด้านเมนูเก่าจะเป็นตัวอักษรแต่อาหารมาใหม่จะอยู่ท้ายเมนูมีรูปก็เข้าใจทำดี อาหารไม่ช้าไม่นานกำลังดีก็เสริฟโดยเมนูออเดิร์ฟคือ เห็ดทอดน้ำปลาครับ เมนูนี้นำเห็ดที่หมักหรือแช่น้ำปลาเอาไว้ระยะเวลาหนึ่งจากนั้นนำมาฉีกเป็นเส้นๆ จึงนำไปทอด จิ้มกับซอสพริก รสชาติกรอบแต่พอเคี้ยวเสือกนุ่มลิ้น อร่อยมวก ผมลองเอาไปทำที่บ้านแล้วไม่ได้อย่างเค้าแฮะ สงสัยแช่น้ำปลานานไปหน่อยเค็มฉิบหาย 555 เมนูต่อมาสั่งเพราะชื่อเลยครับกับ พบรักที่ต่างแดน พอมาเสริฟโผล่มาเป็นเบคอนพันแหนม รู้ความเป็นมาโดยไม่ต้องถามเจ้าของเลยว่า ชื่อพบรักที่ต่างแดน ฝรั่งคือเบคอนไทยคือแหนมพอเอามาพันกันแล้วทอดจึงมาเป็นพบรักที่ต่างแดนซะ 555 รสชาติดีใช้ได้จิ้มกับซอสพริกพอกล้อมแกล้มครับ หากไปร้านไหนเจอเมนูนี้ผมสั่งตลอดเลยกับ หอยลายอบเนย + ขนมปังกระเทียม หอยลายอบเนยกลิ่นไม่โชยเท่าไหร่เพราะเมนูนี้กลิ่นต้องถึงแต่ชอบตรงให้หอยเยอะดีกินแล้วสะใจมวก ด้านขนมปังกระเทียมทำไดเดีครับ แต่ตรงขนมปังนี่กระเทียมแห้งติดขนมปังไปหน่อยไม่ฉ่ำ กินแล้วเศษขนมปังมันจะฉีก หากใส่กระเทียมเยอะๆ หน้าฉ่ำๆ จะให้ 10 กระโหลกเลยน่าเสียด ถึงอาหารจานหลักแล้วผมสั่งเป็นข้าวผัดกากหมู + หมูแดดเดียว เมื่อจานหลักเสริฟลงแอบฟิดหวังนิดๆ เพราะมันคือ ข้าวผัดกากหมูจริงๆ เลยเสริฟพร้อมหมูแดดเดียวอีก 5 ชิ้น ตกแต่งด้วยผักสวยงาม แต่พอเข้าปากก็ต้องตกใจเพราะมันหอม หอมกลิ่นสมุนไพร ทำได้ไงวะห่าแค่ผักข้าวกะกากหมู พอมาเขี่ยๆก็เจอโหระภาเล็กๆกับผักสมุนไพรเล็กๆ ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่น่าสนใจครับ ระหว่างทานอาหารเจอคนรู้จักซึ่งมาทานร้านนี้ประจำ เลยคุยกัยถึงรู้ว่าร้านนี้มีอาหารนอกเมนูด้วยนะ ว๊ะ จะเท่ห์ไปถึงไหนมึงถึงขั้นมีอาหารนอกเมนูด้วยโว้ยจะเป็นอะไรรอเมนูสุดท้ายครับเพราะผมดันสั่งของหวานไปแล้ว ของหวานตบตูด เต้าฮวยพีชคอกเทล เต้าฮวยขาวเนียนนุ่มลิ้นโปะด้วยพีชฝานบางๆ เสริฟมาพร้อมกับฟลุตสลัดเล็กๆ จานนี้เหมือนจานล้างปากได้ดี ไม่มีอะไรพิเศษนอกจากลูกพีชที่ฝานมาบางได้ที่ เอาละมาถึงเมนูลึกลับครับนั่นคือ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์อบชีส เมนูนี้เด็ดมากสมกับไม่มีในเมนู (ยังไงวะ) หอยแมลงภู่ตัวบักควายฉ่ำไปด้วยชีสอบเต็มตัวหอย กลิ่นหอยถีบจมูก พอเอาส้อมจิ้มน้ำหอยกระฉูด รสชาติชีสเข้มข้นสมกับที่รอนานมากกับเมนูนี้ ใครไปกินแนะนำให้สั่งเมนูนี้ก่อนเลยไม่งั้นมีเซ็งเพราะของอร่อยต้องอดทนรอครับ 555 อัพเดท (9 ธ.ค.55) คราวที่แล้วชิมไปอร่อยประทับใจมาก แต่ปัจจุบันหอนแมงภู่จานนี้ถูกขึ้นเป็นเมนูหลักแล้วพอสั่งมากิน ปรากฎว่า ได้เร็วขึ้นมากแต่รสชาตินี่เข้าขั้นเหี้ยเลยครับ เหี้ยจริงๆ มีกลิ่้นคาว ชีวเหม็น ความหวานที่เคยพอไม่มี มาเจอแต่ความเปรี้ยวคล้ายหอยเน่า ทำเอาเสียความรู้สึกไปเลย จริงๆ ที่มาทานวันนี้กะจะรีวิวดีๆ แต่มาเจอจานโปรดรสชาติเยี่ยงนี้เหมือนโดนเมียไปคบชู้ หักหลังกันจะจะจ น่าเสียดาย |
| review | pythainlp_normalize จัดระเบียบข้อความไทยด้วย pythainlp.normalize (ลบ zw/ช่องว่างซ้ำ/สระซ้ำ ฯลฯ) | 3,070 | ร้านอาหารใหญ่มากกก เลี้ยวเข้ามาเจอห้องน้ำก่อนเลย เออแปลกดี ห้องทานหลักๆอยู่ชั้น 2 มีกาแฟ น้ำผึ้ง ซึ่งก็แค่เอาน้ำผึ้งมาราด แพงเวอร์ อย่าสั่งเลย ลาบไข่ต้ม ไข่มันคาวอะ เลยไม่ประทับใจเท่าไหร่ ทอดมันหัวปลีกรอบอร่อยต้องเบิ้ล พะแนงห่อไข่อร่อยดี เห้ยแต่ราคา 150บาทมันเกินไปนะ รับไม่ไหวว เลิกกินแล้วมีขนมหวานให้กินฟรีเล็กน้อย )ขนมไทย) คงไม่ไปซ้ำ แพงเกิน→ร้านอาหารใหญ่มากกก เลี้ยวเข้ามาเจอห้องน้ำก่อนเลย เออแปลกดี ห้องทานหลักๆอยู่ชั้น 2 มีกาแฟ น้ำผึ้ง ซึ่งก็แค่เอาน้ำผึ้งมาราด แพงเวอร์ อย่าสั่งเลย ลาบไข่ต้ม ไข่มันคาวอะ เลยไม่ประทับใจเท่าไหร่ ทอดมันหัวปลีกรอบอร่อยต้องเบิ้ล พะแนงห่อไข่อร่อยดี เห้ยแต่ราคา 150บาทมันเกินไปนะ รับไม่ไหวว เลิกกินแล้วมีขนมหวานให้กินฟรีเล็กน้อย )ขนมไทย) คงไม่ไปซ้ำ แพงเกินอาหารที่นี่เป็นอาหารจีนแคะที่หากินยากในบ้านเรา ตัวร้านตั้งอยู่ที่ถนนพุทธมณฑลสาย 3 ไปตาม ถ.ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี เมื่อถึงพุทธมณฑลสาย 3 ก็เลี้ยวเข้าไปประมาณ 500 เมตร ร้านอยู่ทางซ้ายมือค่ะ มีคนบอกมาว่าความพิเศษของร้านนี้คือกุ๊กเก่าและเป็นกุ๊กรุ่นสุดท้ายจาก "ฮก ลก ซิ่ว” ภัตตาคารจีนชื่อดังย่านราชประสงค์ ที่เลิกกิจการไปแล้ว ต้องคนที่อายุเลข 5 ขึ้นไปจึงจะเคยกิน ฮก ลก ซิ่ว จานเด็ดที่มีขายที่นี่แห่งเดียวในเมืองไทยคือ ปลาเต๋าเต้ย 2 ฤดู เป็นสูตรจากมาเลเซีย นอกนั้นก็มี ผัดผักน้ำมันหอย ไก่เบตง เคาหยก ปูทะเลซุปน้ำใสหม้อไฟ เต้าหู้แคระยัดไส้หม้อดิน และ ลูกชิ้นแคระ อาหารที่เราแนะนำคือไก่เบตง (คล้ายๆไก่แช่เหล้า) เสริฟพร้อมกับหอมเจียว และน้ำจิ้มน้ำพริกเผาสูตรเด็ดของทางร้าน เมนูข้าวผัดหนำเลียบก็อร่อยค่ะ ชอบมากๆ→อาหารที่นี่เป็นอาหารจีนแคะที่หากินยากในบ้านเรา ตัวร้านตั้งอยู่ที่ถนนพุทธมณฑลสาย 3 ไปตาม ถ.ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี เมื่อถึงพุทธมณฑลสาย 3 ก็เลี้ยวเข้าไปประมาณ 500 เมตร ร้านอยู่ทางซ้ายมือค่ะ มีคนบอกมาว่าความพิเศษของร้านนี้คือกุ๊กเก่าและเป็นกุ๊กรุ่นสุดท้ายจาก "ฮก ลก ซิ่ว” ภัตตาคารจีนชื่อดังย่านราชประสงค์ ที่เลิกกิจการไปแล้ว ต้องคนที่อายุเลข 5 ขึ้นไปจึงจะเคยกิน ฮก ลก ซิ่ว จานเด็ดที่มีขายที่นี่แห่งเดียวในเมืองไทยคือ ปลาเต๋าเต้ย 2 ฤดู เป็นสูตรจากมาเลเซีย นอกนั้นก็มี ผัดผักน้ำมันหอย ไก่เบตง เคาหยก ปูทะเลซุปน้ำใสหม้อไฟ เต้าหู้แคระยัดไส้หม้อดิน และ ลูกชิ้นแคระ อาหารที่เราแนะนำคือไก่เบตง (คล้ายๆไก่แช่เหล้า) เสริฟพร้อมกับหอมเจียว และน้ำจิ้มน้ำพริกเผาสูตรเด็ดของทางร้าน เมนูข้าวผัดหนำเลียบก็อร่อยค่ะ ชอบมากๆปอเปี๊ยะสด ทุกวันนี้รู้สึกว่าหากินยาก (ร้านที่ขายปอเปี๊ยะสดอย่างเดียว ส่วนมากที่เจอคือขายตามภัตตาคารซึ่งมักจะไม่ค่อยอร่อย) ร้านนี้ที่สะพานเหลือง ราคาย่อมเยาเพียงแค่ 30 บาท จึงซื้อกินทุกครั้งที่มา รสชาติดีพอสมควรเลยโดยเฉพาะเต้าหู้กับกุนเชียงที่ใส่มาให้อย่างจุใจ ราดน้ำจิ้มที่โอเค ไม่ถึงกับสุดยอด เสิร์ฟพรัอมเครื่องเคียงต้นหอมกับพริกเขียว มาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะ (นั่งกินร้านข้างๆ) ครบถ้วนได้อารมณ์ เอาไป 4 ดาวครับคุณป้าสำหรับอาหาร แต่วันนั้น เจอเหตุการณ์คุณป้าให้อาหารแมวระหว่างทำปอเปี๊ยะ ไม่ใส่ถุงมือและไม่เห็นว่าล้างมือ ผมเลยจำเป็นต้องหักออกอีกหนึ่งดาว→ปอเปี๊ยะสด ทุกวันนี้รู้สึกว่าหากินยาก (ร้านที่ขายปอเปี๊ยะสดอย่างเดียว ส่วนมากที่เจอคือขายตามภัตตาคารซึ่งมักจะไม่ค่อยอร่อย) ร้านนี้ที่สะพานเหลือง ราคาย่อมเยาเพียงแค่ 30 บาท จึงซื้อกินทุกครั้งที่มา รสชาติดีพอสมควรเลยโดยเฉพาะเต้าหู้กับกุนเชียงที่ใส่มาให้อย่างจุใจ ราดน้ำจิ้มที่โอเค ไม่ถึงกับสุดยอด เสิร์ฟพรัอมเครื่องเคียงต้นหอมกับพริกเขียว มาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะ (นั่งกินร้านข้างๆ) ครบถ้วนได้อารมณ์ เอาไป 4 ดาวครับคุณป้าสำหรับอาหาร แต่วันนั้น เจอเหตุการณ์คุณป้าให้อาหารแมวระหว่างทำปอเปี๊ยะ ไม่ใส่ถุงมือและไม่เห็นว่าล้างมือ ผมเลยจำเป็นต้องหักออกอีกหนึ่งดาวรัานคัพเค้กในเมืองไทยมีไม่มาก หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าคัพเค้กคืออะไร ต่างจากเค้กธรรมดาอย่างไร จริงๆแล้วคัพเค้กก็เป็น รูปแบบ หนึ่งของเค้กนั่นแหละครับ แต่ว่าคัพเค้กจะมีจุดเด่นอยู่ที่รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ เพราะใช้ส่วนผสมของครีมชีสเป็นหลักในการทำหน้าเค้ก หรือที่เรียกว่า frosting นอกจากนั้น คัพเค้กยังถือทานง่าย ขนย้ายง่ายกว่าเค้ก สุดท้ายคือการตกแต่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนครับระหว่างคัพเค้กกับเค้ก ซึ่งการใช้คัพเค้กที่ตกแต่งสวยๆเพื่อใช้ในงานแต่งงาน งานวันเกิดหรือ event ต่างๆนั้นกำลังมาเลยทีเดียว เรียกได้ว่าคู่ไหน บริษัทไหนอยากฮิป ก็ต้องสั่งคัพเค้กนี่ล่ะครับไปออกงาน event สำหรับร้าน cupcake love นี้เพิ่งเปิดได้ไม่นานตั้งอยู่ที่ digital gateway ชั้นสาม เดินทางสะดวกเพราะติดกับทางเชื่อม BTS เลย ร้านน่ารักดีครับ เพิ่งเปิดร้านใหม่หลายๆอย่างก็ดูลนๆ แต่ก็ดูคึกคักดี ผมได้ทานครบทุกรสแล้ว รสชาติดีมากเพราะว่าเค้กมันชุ่มจริงๆ ชุ่มกว่าเค้กธรรมดาซะอีก ราคาก็ดีนะที่ 59 บาทต่อชิ้น ได้ทาน pink lemonade (ที่ที่ร้านเรียกว่า love lemonade) ไปแล้วก็รู้สึกว่าเข้มข้น เปรี้ยวถึงใจ หาทานยากด้วย ประทับใจครับ อ้อ ร้านนี้รับสั่งทำส่งแบบ made to order ด้วยนะครับ→รัานคัพเค้กในเมืองไทยมีไม่มาก หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าคัพเค้กคืออะไร ต่างจากเค้กธรรมดาอย่างไร จริงๆแล้วคัพเค้กก็เป็น รูปแบบ หนึ่งของเค้กนั่นแหละครับ แต่ว่าคัพเค้กจะมีจุดเด่นอยู่ที่รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ เพราะใช้ส่วนผสมของครีมชีสเป็นหลักในการทำหน้าเค้ก หรือที่เรียกว่า frosting นอกจากนั้น คัพเค้กยังถือทานง่าย ขนย้ายง่ายกว่าเค้ก สุดท้ายคือการตกแต่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนครับระหว่างคัพเค้กกับเค้ก ซึ่งการใช้คัพเค้กที่ตกแต่งสวยๆเพื่อใช้ในงานแต่งงาน งานวันเกิดหรือ event ต่างๆนั้นกำลังมาเลยทีเดียว เรียกได้ว่าคู่ไหน บริษัทไหนอยากฮิป ก็ต้องสั่งคัพเค้กนี่ล่ะครับไปออกงาน event สำหรับร้าน cupcake love นี้เพิ่งเปิดได้ไม่นานตั้งอยู่ที่ digital gateway ชั้นสาม เดินทางสะดวกเพราะติดกับทางเชื่อม BTS เลย ร้านน่ารักดีครับ เพิ่งเปิดร้านใหม่หลายๆอย่างก็ดูลนๆ แต่ก็ดูคึกคักดี ผมได้ทานครบทุกรสแล้ว รสชาติดีมากเพราะว่าเค้กมันชุ่มจริงๆ ชุ่มกว่าเค้กธรรมดาซะอีก ราคาก็ดีนะที่ 59 บาทต่อชิ้น ได้ทาน pink lemonade (ที่ที่ร้านเรียกว่า love lemonade) ไปแล้วก็รู้สึกว่าเข้มข้น เปรี้ยวถึงใจ หาทานยากด้วย ประทับใจครับ อ้อ ร้านนี้รับสั่งทำส่งแบบ made to order ด้วยนะครับอร่อย!!! เดินผ่านDigital gatewayทุกวัน ไม่ยักรู้ว่ามีร้านนี้ (เอ๊ะหรือพึ่งเปิด) หาง่ายมากครับ เดินจากBTSสยามเข้ามาก็เห็นเลย ร้านสีชมพูแปร๊นๆ ไม่เคยทานcup cakeเลย แต่ที่ร้านเค้ามีให้ชิม พอได้ชิมครั้งแรกก็ติดใจเลยครับ แล้วจะไปอุดหนุนใหม่ให้ครบทุกรสเลย ^^→อร่อย!!! เดินผ่านDigital gatewayทุกวัน ไม่ยักรู้ว่ามีร้านนี้ (เอ๊ะหรือพึ่งเปิด) หาง่ายมากครับ เดินจากBTSสยามเข้ามาก็เห็นเลย ร้านสีชมพูแปร๊นๆ ไม่เคยทานcup cakeเลย แต่ที่ร้านเค้ามีให้ชิม พอได้ชิมครั้งแรกก็ติดใจเลยครับ แล้วจะไปอุดหนุนใหม่ให้ครบทุกรสเลย ^^ |
✓ ไม่มีคำแนะนำการทำความสะอาด
ส่วนนี้ซ่อนไว้เป็นรายคอลัมน์เพื่อลดความรก เปิดเฉพาะคอลัมน์ที่ต้องการตรวจละเอียด
| เครื่องมือตัดคำ | pythainlp:newmm | จำนวนอักขระเฉลี่ย | 659.06 |
|---|---|---|---|
| จำนวนคำเฉลี่ย | 160.54 | จำนวนอักขระมัธยฐาน | 489.0 |
| คำทั้งหมด | 802,701 | คำไม่ซ้ำ | 20,675 |
| อักขระน้อยสุด | 131 | อักขระมากสุด | 6105 |
คู่คำที่พบบ่อย: เลย ค่ะ (1465) นะ ครับ (989) อร่อย มาก (985) อร่อย ดี (890) ดี ค่ะ (736) บอ กว่า (696) น้ำ ซุป (649) เยอะ มาก (648)
| ไม่ว่าง | 5,000 |
|---|---|
| เซลล์ที่ว่าง | 0 |
| ไม่ซ้ำ | 5 |
| ค่าเฉลี่ย | 3.617 |
| ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน | 0.8862 |
| ต่ำสุด | 1.0 |
| สูงสุด | 5.0 |
| ไม่ว่าง | 5,000 |
|---|---|
| เซลล์ที่ว่าง | 0 |
| ไม่ซ้ำ | 10 |
| ร้านอาหารสวัสดี | 533 |
| คาเฟ่อารีย์ | 516 |
| ครัวคุณตู่ | 513 |
| ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ | 513 |
| ฟู้ดเซ็นเตอร์ | 507 |
| หม้อไฟเส็นเตอร์ | 496 |
| เดอะคอฟฟี่คลับ | 486 |
| บุฟเฟต์ฮอตปอต | 486 |
| สวนอาหารบ้านไร่ | 480 |
| ป้าสมหญิง | 470 |
| ไม่ว่าง | 5,000 |
|---|---|
| เซลล์ที่ว่าง | 0 |
| ไม่ซ้ำ | 8 |
| เกาหลี | 658 |
| จีน | 650 |
| ไทย | 627 |
| ผสม | 627 |
| เวียดนาม | 620 |
| ญี่ปุ่น | 608 |
| อิตาเลียน | 606 |
| อเมริกัน | 604 |
| ไม่ว่าง | 5,000 |
|---|---|
| เซลล์ที่ว่าง | 0 |
| ไม่ซ้ำ | 9 |
| เชียงใหม่ | 631 |
| นนทบุรี | 619 |
| เชียงราย | 616 |
| ชลบุรี | 616 |
| ภูเก็ต | 604 |
| กรุงเทพฯ | 589 |
| พิษณุโลก | 586 |
| ขอนแก่น | 579 |
| ไม่ระบุ | 160 |
| ไม่ว่าง | 5,000 |
|---|---|
| เซลล์ที่ว่าง | 0 |
| ไม่ซ้ำ | 2 |
| ค่าเฉลี่ย | 79.632 |
| ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน | 18.6521 |
| ต่ำสุด | 0.0 |
| สูงสุด | 84.0 |
| ไม่ว่าง | 5,000 |
|---|---|
| เซลล์ที่ว่าง | 0 |
| ไม่ซ้ำ | 818 |
| ต่ำสุด | 2023-01-01 00:00:00 |
| สูงสุด | 2567-05-14 00:00:00 |